หน้าแรก
ข่าวประจำวัน
มาสเตอร์โพล เผย ปชช.เชื่อ รัฐบาลแก้ปัญหาทุจริตจำนำข้าวได้(17 พ.ย.57) พิมพ์ ส่งเมล
เขียนโดย surat   
Tuesday, 18 November 2014

มาสเตอร์โพล เผย ปชช.เชื่อ รัฐบาลแก้ปัญหาทุจริตจำนำข้าวได้(17 พ.ย.57)

     ชมรมนักวิจัยไทยเพื่อความสุขชุมชน เปิดเผยผลสำรวจมาสเตอร์โพลแกนนำชุมชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 605 ชุมชน ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 12-15 พฤศจิกายน 2557 พบว่าร้อยละ 31.1 ติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในโครงการรับจำนำข้าวมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ร้ยอละ 76.8 เห็นว่าการออกพันธบัตรรัฐบาลเพื่อชดเชยปัญหาการขาดทุนในโครงการรับจำนำข้าวจะช่วยแก้ปัญหาได้

     ส่วนผลงานของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ในโครงการรับจำนำข้าวนั้น พบว่าแกนนำชุมชนร้อยละ 84.8 ยอมรับในผลงานของรัฐบาล เพราะมีความมั่นใจในรัฐบาลชุดนี้ มั่นในนโยบาย เชื่อมั่นในการทำงาน การทำเพื่อประชาชน และสามารถยุติความขัดแย้งได้

     ขณะที่ร้อยละ 81.7 ระบุว่า อยากให้การเดินหน้าจัดการกับปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในโครงการรับจำนำข้าวมีความเป็นกลางอย่างแท้จริง(ผู้จัดการ 16112557)

ชาวนา จ.บุรีรัมย์เดือดร้อนหนักเกี่ยวข้าวเมล็ดลีบไร้ผลผลิตขาย ซ้ำร้ายทำนาปรังไม่ได้(17 พ.ย.57) พิมพ์ ส่งเมล
เขียนโดย surat   
Tuesday, 18 November 2014

ชาวนา จ.บุรีรัมย์เดือดร้อนหนักเกี่ยวข้าวเมล็ดลีบไร้ผลผลิตขาย ซ้ำร้ายทำนาปรังไม่ได้(17 พ.ย.57)

     เมื่อวันที่ 16 พ.ย. ชาวนาบ้านพรสำราญ ต.พรสำราญ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ มากกว่า 10 ราย กำลังประสบปัญหาเดือดร้อนหนัก หลังพบว่าข้าวที่สุกแก่เต็มที่และกำลังเก็บเกี่ยวมีเพียงรวงแต่ไม่มีเมล็ดหรือเมล็ดลีบเสียหาย เนื่องจากช่วงที่ข้าวกำลังตั้งท้องได้ประสบปัญหาฝนทิ้งช่วง ทำให้ต้นข้าวขาดน้ำหล่อเลี้ยง และเมื่อถึงช่วงเก็บเกี่ยวก็ประสบปัญหาเมล็ดลีบและบางส่วนมีแต่รวงไม่มีเมล็ด สร้างความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรหลายรายไม่มีผลผลิตที่จะนำไปขาย เหลือเพียงบริโภคและเก็บไว้ทำพันธุ์เพื่อเพาะปลูกในฤดูกาลผลิตหน้าเท่านั้น

     จากผลกระทบดังกล่าวจึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือ เพราะผลผลิตข้าวนาปีถือเป็นความหวังเดียวของเกษตรกร เนื่องจากปีนี้ไม่สามารถที่จะทำนาปรังได้

     นายสมชาย เดิมทำรัมย์ อายุ 51 ปี ชาวนาบ้านพรสำราญ ต.พรสำราญ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ บอกว่า ปีนี้ทำนาทั้งหมด 5 ไร่ หวังว่าจะได้นำผลผลิตไปขายเพื่อนำเงินไปเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว ที่เหลือจะเก็บไว้บริโภคและทำพันธุ์ แต่เมื่อมาเก็บเกี่ยวกลับพบว่าข้าวมีเพียงรวงแต่ไม่มีเมล็ด ทำให้ไม่ได้ผลผลิตมากกว่าครึ่ง ทั้งที่ได้ลงทุนทั้งค่าไถหว่าน ค่าปุ๋ย และค่าจ้างแรงงานเก็บเกี่ยวรวมแล้วกว่า 40,000 บาท แต่ปีนี้กลับไม่มีผลผลิตที่จะนำไปขาย

     ส่วนผลผลิตที่เหลือคงจะเก็บไว้กินและทำพันธุ์ ซึ่งมีชาวนาในหมู่บ้านที่ประสบปัญหาเดียวกันมากกว่า 10 ราย จึงอยากร้องขอให้รัฐบาลช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ชาวนาด้วย(ผู้จัดการ 16112557)

ธปท.ชี้การออกพันธบัตรโครงการจำนำข้าวไม่มีผลต่อสภาพคล่องตลาดเงิน อัตราดอกเบี้ย(17 พ.ย.57) พิมพ์ ส่งเมล
เขียนโดย surat   
Monday, 17 November 2014

ธปท.ชี้การออกพันธบัตรโครงการจำนำข้าวไม่มีผลต่อสภาพคล่องตลาดเงิน อัตราดอกเบี้ย(17 พ.ย.57)

     นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงแผนการออกพันธบัตรล้างหนี้โครงการรับจำนำข้าว ของกระทรวงการคลังปี 2558 โดยระบุว่า การออกพันธบัตรดังกล่าวควรจะให้มีการกระจายอายุพันธบัตร เพื่อไม่ให้กระทบตลาดการเงิน และระดับหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น ส่วนวงเงินการออกพันธบัตรที่จะนำมาใช้ล้างหนี้โครงการดังกล่าวนั้น ไม่ว่ากระทรวงการคลังจะออกพันธบัตรวงเงินเท่าใด ธปท.ยังมั่นใจว่าจะบริหารจัดการไม่ให้กระทบต่ออัตราดอกเบี้ย และสภาพคล่องในตลาดการเงิน รวมทั้งอัตราเงินเฟ้อได้

     ส่วนกรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า จำเป็นต้องตั้งงบประมาณขาดดุลปีต่อไป เพราะมีภาระต้องคืนหนี้โครงการรับจำนำข้าว นายประสาร มองว่า หากตั้งงบขาดดุลไม่เกินร้อยละ 2 ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ถือว่ายังอยู่ในระดับที่รับได้ แต่ในอนาคตต้องคำนึงถึงการจัดเก็บรายได้ เพราะปัจจุบันยอดจัดเก็บรายได้เทียบจีดีพียังต่ำ ขณะที่รายจ่ายมีภาระด้านงบประจำสูงมาก ส่วนงบลงทุนมีน้อย

     ด้าน นายรณดล นุ่มนนท์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธปท. กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงการคลัง มีแนวคิดให้ ธปท.เข้ามากำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐทั้ง 8 แห่ง โดยระบุว่า ที่ผ่านมา ธปท.ทำหน้าที่ตรวจสอบการดำเนินงานของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐอยู่แล้ว แต่หลังจากนี้ไปจะต้องดูขอบเขตอำนาจว่ามีมากขึ้นเพียงใด โดยอาจจะต้องมีการแก้ไขข้อกฎหมาย เพื่อให้การดูแลการดำเนินธุรกิจมีความเหมาะสม และสอดคล้องต่อนโยบายการจัดตั้งของธนาคาร

     ส่วนการดำเนินงานตามโครงการของรัฐบาลมองว่า ควรมีการแยกบัญชีออกจากการดำเนินธุรกิจของธนาคาร เหมือนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่มีการแยกบัญชีโครงการรับจำนำข้าวออกจากการดำเนินธุรกิจของธนาคาร เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากการดำเนินงานของรัฐบาลบางโครงการอาจมีผลติดลบ จึงควรแยกบัญชีให้ชัดเจน(ผู้จัดการ 16112557)

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Tuesday, 18 November 2014 )
กระทรวงพาณิชย์เร่งระบายข้าว19ล้านตัน(17 พ.ย.57) พิมพ์ ส่งเมล
เขียนโดย surat   
Monday, 17 November 2014

กระทรวงพาณิชย์เร่งระบายข้าว19ล้านตัน(17 พ.ย.57)

     พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาขายข้าว 2 ล้านตันกับทางบริษัทคอฟโก้ รัฐวิสาหกิจของจีน  ที่ได้หารือในโอกาสที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเดินทางประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มความร่วมมือเอเชีย-แปซิฟิค (เอเปค) คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 2 สัปดาห์ และเสนอขายยางพาราอีก 2 แสนตัน

     ส่วนสต็อกข้าวที่เหลือ 19 ล้านตัน ก็จะขอมติคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) เพื่อเสนอกรอบการระบายข้าวรอบใหม่เร็วๆนี้  และสัปดาห์หน้าจะก็จะเชิญกลุ่มชาวนา โรงสี ผู้ส่งออกข้าว มาทำความเข้าใจกันใหม่ เพื่อผลักดันให้ราคาข้าวเปลือกหอมมะลิเป็นไปตามที่กำหนด  ตันข้าวเปลือกหอมมะลิ 1.5-1.6 หมื่นบาท/ตัน และข้าวสาร 29-30 บาท/กก.(มติชน 14112557)

คลังเล็งออกพันธบัตรใช้หนี้โครงการรับจำนำข้าว อายุ 3 ปี 5 ปี 7 ปี 10 ปี และ30ปี(17 พ.ย.57) พิมพ์ ส่งเมล
เขียนโดย surat   
Monday, 17 November 2014

คลังเล็งออกพันธบัตรใช้หนี้โครงการรับจำนำข้าว อายุ 3 ปี 5 ปี 7 ปี 10 ปี และ30ปี(17 พ.ย.57)

     เมื่อวันที่ 14 พ.ย. นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงผลการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวที่มีนายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานว่า ได้รับรายงานถึงผลการปิดบัญชีแล้ว จำนวนที่ขาดทุนถึง 6.82 แสนล้านบาทแล้ว เป็นภาระมากเกินไป ดังนั้น การช่วยเหลือชาวนาไม่ควรใช้วิธีการรับจำนำอีก รัฐบาลชุดนี้นำแนวทางการจ่ายเงินให้ชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ใช้เงินไม่มากเพียง 4 หมื่นล้านบาท แต่สามารถช่วยได้กว่า 3.4 ล้านครัวเรือน สำหรับภาระจากการจำนำข้าวนั้นกระทรวงการคลังกำลังวางแนวทางการบริหารเงินกู้ เพื่อไม่ให้กระทบต่องบประมาณ ขณะนี้หนี้จากการจำนำข้าวนั้นมีการกู้เงินมาใช้จ่ายแล้ว และได้รับการชำระคืนจากสำนักงบประมาณไปบางส่วน ในส่วนหนี้ที่ยังเหลืออยู่นั้นคงไม่สามารถตั้งงบมาชำระคืนได้หมดในช่วงเวลาสั้นๆ ดังนั้น จำเป็นต้องออกพันธบัตรยืดหนี้ดังกล่าว ทั้งพันธบัตรอายุ 3 ปี 5 ปี 7 ปี หรือ 10 ปี และอาจจะมีระยะยาว 30 ปีบางส่วน สำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กำลังพิจารณาแผนการออกพันธบัตรให้รอบคอบเพื่อนำมาเสนออีกครั้ง คาดว่าจะสามารถออกพันธบัตรชุดแรกได้ในช่วงปีงบประมาณ 2558

     นายสมหมายกล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีข้อกังวลว่าการออกพันธบัตรจำนวนมากอาจจะกระทบการกู้เงินมาลงทุนในส่วนอื่นๆ นั้น ยืนยันว่ากระทรวงการคลังสามารถดูแลได้ ในส่วนของเงินต้นคงไม่ได้กระทบมากนัก แต่อาจจะมีผลต่ออัตราดอกเบี้ยรัฐบาลจะกู้ต่อไป จะต้องดูในรายละเอียดว่าทำอย่างไรไม่ให้กระทบมาก ระยะเวลาใช้หนี้ก็คงยังประเมินไม่ได้ว่า 30 ปีหรือไม่ เพราะต้องพิจารณารายได้ของรัฐที่เก็บได้ในแต่ละปีด้วย หากปีไหนเก็บได้มากและสามารถใช้หนี้ได้มากก็มีโอกาสชำระได้หมดเร็ว

     นายสมหมายกล่าวว่า ผลจากการที่รัฐต้องมากู้เงินชำระหนี้ข้าว ทำให้ไม่สามารถจัดทำกรอบงบสมดุลในปี 2560 ได้ โดยจะมาพิจารณากรอบงบสมดุลอีกครั้งในอีก 2-3 ปีข้างหน้า เพราะรัฐบาลยังมีความจำเป็นต้องกู้เงินในลักษณะขาดดุลมาใช้ในการลงทุนประเทศ รวมถึงต้องใช้เงินในการดูและปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้กับคนไทย จำเป็นต้องใช้เงินมากขึ้น ส่วนจะมีการขาดทุนเพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่ขาดดุล 2.5 แสนล้านบาทหรือไม่นั้น ต้องมาพิจารณากันอีกครั้ง

     "ผมมองไม่เห็นถึงความจำเป็นในการจัดทำงบสมดุล ในเมื่อรัฐบาลยังต้องการงบมาใช้พัฒนาประเทศ แต่การขาดดุลที่ต้องไม่ทำให้เกิดผลเสียหายต่อเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ มีกรอบการกู้เงินชดเชยขาดดุลสามารถทำได้ถึง 20% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี ปัจจุบันอยู่ในระดับ 10% เท่านั้น" นายสมหมายกล่าว(มติชน 15112557)

<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 หน้าถัดไป > หน้าสุดท้าย >>

ผลลัพธ์ 41 - 49 จาก 350
Link

ผู้เยี่ยมชม: 6370901
ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2550
ขณะนี้มี 34 บุคคลทั่วไป ออนไลน์