หน้าแรก
ข่าวประจำวัน
ก.พาณิชย์เตรียมทำสัญญาซื้อขายข้าวกับเอกชนฮ่องกง 1 แสนตัน(14 ม.ค.58) พิมพ์ ส่งเมล
เขียนโดย surat   
Wednesday, 14 January 2015

ก.พาณิชย์เตรียมทำสัญญาซื้อขายข้าวกับเอกชนฮ่องกง 1 แสนตัน(14 ม.ค.58)

     พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังการประชุมเพื่อติดตามผลการดำเนินงานของกระทรวงพาณิชย์ ว่า เบื้องต้นกระทรวงพาณิชย์จะเร่งระบายข้าวในสต๊อกให้ได้ถึง 10 ล้านตัน ภายในปีนี้ เพื่อลดภาระในการจัดเก็บรักษาข้าว และในสัปดาห์หน้าจะเชิญตัวแทนเกษตรกรจาก จ.พิจิตร มาหารือร่วมกัน หลังมีความกังวลว่าราคาข้าวอาจตกต่ำอยู่ที่ตันละ 6,000 บาท

     อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้ (15 ม.ค.) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะเดินทางไปฮ่องกง เพื่อเป็นพยานในการลงนามสัญญาซื้อขายข้าวให้กับเอกชนของฮ่องกง ปริมาณ 100,000 ตัน ถือว่าเป็นล็อตที่ใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี หลังไทยสูญเสียตลาดข้าวในฮ่องกงให้กับประเทศคู่แข่งไปก่อนหน้านี้ รวมถึงเตรียมหารือถึงความคืบหน้าในการเจรจาข้อตกลงเปิดเขตเสรีการค้า (FTA) อาเซียน-ฮ่องกง เพื่อให้แล้วเสร็จตามเป้าหมายในปี 2559(ผู้จัดการ 14012558)

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Thursday, 15 January 2015 )
“หมอวรงค์” ชี้ปลัดพาณิชย์ฟ้องคู่สัญญาจำนำข้าวตอกย้ำ “ยิ่งลักษณ์” ทำเสียหาย(14 ม.ค.58) พิมพ์ ส่งเมล
เขียนโดย surat   
Wednesday, 14 January 2015

“หมอวรงค์” ชี้ปลัดพาณิชย์ฟ้องคู่สัญญาจำนำข้าวตอกย้ำ “ยิ่งลักษณ์” ทำเสียหาย(14 ม.ค.58)

     เมื่อวันที่ 13 ม.ค. นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีปลัดกระทรวงพาณิชย์ เข้าแจ้งความกองปราบปรามให้ดำเนินคดีกับคู่สัญญาในโครงการรับจำนำข้าว สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่นำข้าวไม่ได้ตามมาตรฐานที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดร่วม ว่า ยิ่งเป็นการตอกย้ำความเสียหายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโครงการรับจำนำข้าว ที่ปล่อยปละละเลยให้เกิดความเสียหายโดยไม่ระงับยับยั้ง ซึ่งความเสียหายนั้นเกิดจากการทุจริต การอ้างว่าแต่ละโกดังมีคนรับผิดชอบอยู่แล้ว ก็ต้องถามต่อว่า แล้วทำไมจึงไม่ดำเนินคดีให้มีการทุจริตจนเสียหายมากมายขนาดนี้ ยิ่งตอกย้ำความบกพร่องเชิงนโยบายที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล จึงต้องย้ำเตือนต่อสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ว่า จะฟังคำชี้แจงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ แต่ต้องแสวงหาข้อเท็จจริงด้วย เพื่อประโยชน์ในการตัดสินใจพิจารณาการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในวันที่ 23 ม.ค. นี้(ผู้จัดการ 13012558)

ก.พาณิชย์ แจ้งจับ 77คู่สัญญาจำนำข้าว ทำรัฐเสียหาย 6.5 หมื่นล้าน(13 ม.ค.58) พิมพ์ ส่งเมล
เขียนโดย surat   
Wednesday, 14 January 2015

ก.พาณิชย์ แจ้งจับ 77คู่สัญญาจำนำข้าว ทำรัฐเสียหาย 6.5 หมื่นล้าน(13 ม.ค.58)

     เมื่อวันที่ 12 ม.ค.58 น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ที่ประชุมเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 57 มีมติให้กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะฝ่ายเลขานุการ นบข.ดำเนินคดีกับคู่สัญญาในโครงการรับจำนำข้าว กรณีข้าวที่ตรวจสอบแล้วคุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด ซึ่งเมื่อวันที่ 12 ม.ค.58 ตนพร้อมด้วยนางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ และนางสาวจีระวัฒน์ วัฒนฐานะ รองผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) รักษาราชการผู้อำนวยการ อคส. ได้เข้าพบ พ.ต.อ.ณษ เศวตเลข รองผู้บังคับการกองปราบปราม ฝ่ายสอบสวน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับคู่สัญญาในส่วนความรับผิดชอบของ อคส. สังกัดกระทรวงพาณิชย์ 77 ราย โดยพบความเสียหายรวม 3.6 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายตามราคาตลาดขณะนี้  65,000 ล้านบาท

     สำหรับคู่สัญญาทั้งหมด 77 ราย ที่แจ้งความดำเนินคดี แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผิดชนิดข้าว 5 ราย ใน 5 จังหวัด 10 โกดังกลาง  กลุ่มข้าวเสีย 13 ราย ใน 22 จังหวัด 94 โกดังกลาง และกลุ่มข้าวไม่ตรงตามมาตรฐาน 59 ราย ใน 51 จังหวัด 652 โกดังกลาง ทั้งนี้ การเข้าแจ้งความดำเนินคดีดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ต้องการให้ดำเนินการตามกฎหมายและต้องมีผู้รับผิดชอบความเสียหาย ทั้งในส่วนคดีแพ่งและอาญา รวมทั้งเรียกค่าเสียหาย หลังจากที่คณะอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐ ที่มี ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสต๊อกข้าวในโครงการรับจำนำ ปริมาณรวมกว่า 18.29 ล้านตัน ในโกดังกว่า 1,783 คลังทั่วประเทศ เมื่อปลายปี 57

     อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจสอบของคณะอนุกรรมการฯ พบว่า มีข้าวที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานเพียง 2.1 ล้านตัน หรือสัดส่วน 12.2% ของข้าวทั้งหมด ส่วนที่เหลือป็นข้าวไม่ตรงตามมาตรฐาน, ข้าวเสีย, ข้าวผิดชนิด และข้าวกองล้ม หรือข้าวที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ โดยก่อนหน้านี้คณะอนุกรรมการปิดบัญชีประเมินว่าหากขายข้าวในสต๊อกทั้งหมด แล้วจะขาดทุนประมาณ 680,000 ล้านบาท(ไทยรัฐ 12012558)

กิตติรัตน์ หนุน รัฐ-คสช. สานต่อนโยบายจำนำข้าว(13 ม.ค.58) พิมพ์ ส่งเมล
เขียนโดย surat   
Wednesday, 14 January 2015

กิตติรัตน์ หนุน รัฐ-คสช. สานต่อนโยบายจำนำข้าว(13 ม.ค.58)

     เมื่อวันที่ 12 ม.ค. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีต รมว.คลัง กล่าวถึงเศรษฐกิจชะลอตัว การจับจ่ายใช้สอยเริ่มฝืดเคือง เกิดจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอก ปัจจัยภายในก็เช่น การระมัดระวังเรื่องการจับจ่ายของภาคครัวเรือน รวมถึงการลงทุนของภาคเอกชนที่เลื่อนออกไปเพราะความไม่แน่ใจเรื่องสภาวะเศรษฐกิจ ส่วนปัจจัยภายนอกก็ได้แค่การที่เศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัว การส่งออกที่ต้องเผชิญการแข่งขันที่สูงขึ้น รวมถึงการท่องเที่ยวที่เติบโตติดลบอันเนื่องมาจากปัญหาทางเศรษฐกิจและคู่ค้าสำคัญและสภาวะทางการเมืองในประเทศ

     ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา สิทธิพิเศษทางศุลกากร หรือ “จีเอสพี” ที่เราเคยได้รับนั้นได้หมดอายุลงไป เพราะประเทศไทยถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีสถานะทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น 3 ปีติดต่อกัน นั่นจึงเป็นสาเหตุที่รัฐบาลที่แล้ว คือรัฐบาลของท่านนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ได้เร่งเจรจาข้อตกลงเสรีทางการค้าหรือ FTA กับยุโรป เพื่อจะให้ออกมาทันกับจีเอสพีที่จะหมดอายุลงไป และการเจรจาก็เดินหน้าไปด้วยดีด้วย แต่เนื่องจากเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเสียก่อน ก็เลยทำให้การเจรจาสะดุดหยุดลง เพราะอียูได้ประกาศระงับการเจรจาข้อตกลงเสรีทางการค้ากับไทยจนกว่าประเทศจะกลับสู่สภาวะที่เป็นประชาธิปไตย ก็เลยทำให้มีสินค้าหลายรายการจากไทยจะส่งออกไปแข่งขันในตลาดยุโรปได้ยากขึ้น เพราะกำแพงภาษีที่ได้รับการผ่อนผันได้หมดลง และไม่มีเอฟทีเอ มารองรับได้ทัน ตรงนี้ผู้ส่งออกก็คงไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากทำใจยอมรับปัญหา

     นายกิตติรัตน์ กล่าวต่อว่า ภาครัฐน่าจะให้ผู้ที่เกี่ยวข้องพิจารณาถึงเรื่องมาตรการทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับค่าเงินบาท ผมไม่ได้บอกให้ไปแทรกแซงจนบิดเบือนกลไกตลาด แต่ให้ดูแลให้เหมาะสมเพื่อช่วยเหลือผู้ส่งออก อีกทั้งในสภาวะนี้ราคาพลังงานในตลาดโลกก็ปรับตัวลงมาก ถ้าหากเราได้ดูแลค่าเงินให้อ่อนตัวลงสักนิด นอกจากจะไม่กระทบกับราคาพลังงานเมื่อแปลงมาเป็นบาทมากนัก ก็สามารถช่วยผู้ส่งออกให้ส่งออกได้มากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ต้องเตรียมการในระดับคณะทำงานภายในประเทศให้เตรียมความพร้อมที่สุด

     เมื่อสภาวะการเมืองกลับสู่สังคมประชาธิปไตย ก็จะสามารถบรรลุข้อตกลง FTA กับทางยุโรปได้ในทันที และเพื่อสร้างความมั่นใจ และความชัดเจนในเรื่องของทิศทางเศรษฐกิจ รัฐบาลควรบริหารสภาวะเศรษฐกิจ แบบ “แบบมีส่วนร่วม” มีความจำเป็นอย่างยิ่ง การทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐกับเอกชน รวมทั้งผู้มีรายได้น้อย พี่น้องเกษตร หรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องชาวนาที่มีกว่า 4 ล้านครอบครัว การดูแลเรื่องสินค้าเกษตรจึงเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่แค่การช่วยเหลือชาวนาหรือเกษตร แต่เป็นการดูแลเศรษฐกิจของประเทศให้มีความยั่งยืนเหมาะสม

     หากจะมีการนำไปสานต่ออย่างนโยบายจำนำข้าวเปลือก หรือที่พยายามจะเรียกว่า “สินเชื่อชะลอการขาย” นั้น โดยหลักการและวัตถุประสงค์เหมือนกับนโยบายจำนำข้าว กล่าวคือเป็นการช่วยเหลือพี่น้องชาวนา นอกจากจะไม่ขัดข้อง ผมจะยังก็ขอให้กำลังใจรัฐบาลในการเดินหน้านโยบายนี้ต่อไป และขอยืนยันว่าเป็นนโยบายที่ดี เพราะมีเจตนารมณ์ในการช่วยเหลือพี่น้องชาวนาไม่ต่างกัน(ไทยรัฐ 12012558)

สมาคมผู้ส่งออกข้าว เร่งรัฐบาลระบายข้าวในสต็อก 50% ดันราคาข้าว(13 ม.ค.58) พิมพ์ ส่งเมล
เขียนโดย surat   
Tuesday, 13 January 2015

สมาคมผู้ส่งออกข้าว เร่งรัฐบาลระบายข้าวในสต็อก 50% ดันราคาข้าว(13 ม.ค.58)

     นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย  กล่าวว่าในการเข้าหารือกับพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เสนอให้รัฐบาลระบายข้าวในสต็อกที่มีอยู่ 17 ล้านตัน ออกมาประมาณ 50% เพราะข้าวที่มีในสต็อกเป็นแรงกดดันให้ราคาในประเทศไม่สูง  หากมีการเร่งระบายข้าวออกมาเพื่อนำไปใช้ผลิตในอุตสาหกรรมอาหาร จะทำให้ราคาข้าวขาวปัจจุบัน 12.4 บาทต่อกก.เพิ่มเป็น 14.13 บาท ข้าวเปลือกเจ้าจาก 8,200 บาทต่อตัน อาจขยับเพิ่มเป็น 9,000 บาท(ฐานเศรษฐกิจ 12012558)

<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 หน้าถัดไป > หน้าสุดท้าย >>

ผลลัพธ์ 41 - 49 จาก 356
Link

ผู้เยี่ยมชม: 6552374
ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2550
ขณะนี้มี 73 บุคคลทั่วไป ออนไลน์