หน้าแรก
ข่าวประจำวัน
ผู้ส่งออกข้าวขานรับรัฐโละสต๊อกข้าว เชื่อประมูลใต้ร่ม คสช.ไม่มีใครตุกติก(05 ส.ค.57) พิมพ์ ส่งเมล
เขียนโดย surat   
Tuesday, 05 August 2014

ผู้ส่งออกข้าวขานรับรัฐโละสต๊อกข้าว เชื่อประมูลใต้ร่ม คสช.ไม่มีใครตุกติก(05 ส.ค.57)

     นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยถึงการที่กระทรวงพาณิชย์จะเดินหน้าระบายข้าวในสต๊อกรัฐบาลในเดือน ส.ค.นี้ หลังได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ว่า ถือเป็นเรื่องที่ดี ที่เอกชนจะได้มีโอกาสมีข้าวมาส่งออกและเพื่อจำหน่ายในประเทศ และถือเป็นการระบายข้าวในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะเป็นช่วงที่ข้าวนาปียังไม่ออกสู่ตลาด และเอกชนก็ต้องการข้าวอย่างมาก คาดว่าเอกชนจะให้ความสนใจมาร่วมประมูลกันอย่างคึกคักไม่ต่ำกว่า 200,000-400,000 ตัน ส่วนสิ่งที่ต้องการให้กรมการค้าต่างประเทศดำเนินการคือการประมูลอย่างโปร่งใส โดยกำหนดราคาไว้และหากเอกชนรายใดเสนอราคาสูงสุดก็ให้อนุมัติขายออกไป โดยประกาศราคาที่ประมูลได้ต่อสาธารณชน และไม่ควรต่อรองราคาเหมือนที่ผ่านมา เพราะไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าระบายข้าวไปในราคาที่แท้จริงเท่าไร

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะทำงานดำเนินการระบายข้าว ได้ออกประกาศเรื่องการจำหน่ายข้าวสารในสต๊อกของรัฐ ครั้งที่ 1/57 โดยเปิดให้ยื่นซองเสนอราคาวันที่ 7 ส.ค.นี้ ปริมาณรวม 167,000 ตัน แบ่งเป็น ข้าวหอมมะลิ 100% ชั้น 2, ข้าวขาว 5%, ข้าวขาว 15%, ข้าวเหนียวขาว 10%, ข้าวท่อนหอมมะลิ, ปลายข้าวหอมมะลิ, ปลายข้าวปทุมธานี และปลายข้าวเอวันเลิศ โครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปีปี 54/55 นาปรังปี 55 และปี 56/57 แบบรายคลังและ/หรือรายกอง(ไทยรัฐ 05082557)

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Wednesday, 06 August 2014 )
เงินจำนำข้าวหนุนสภาพคล่อง ฉุด ศก. ภาคอีสาน ไตรมาส 2-3 ฟื้นตัว(05 ส.ค.57) พิมพ์ ส่งเมล
เขียนโดย surat   
Tuesday, 05 August 2014

เงินจำนำข้าวหนุนสภาพคล่อง ฉุด ศก. ภาคอีสาน ไตรมาส 2-3 ฟื้นตัว(05 ส.ค.57)

     เมื่อวันที่ 4 ส.ค. นายธเนศชัย อังวรราวงศ์ ผู้อำนวยการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แถลงภาพรวมเศรษฐกิจไตรมาส 2-3 ในพื้นที่ 20 จังหวัดภาคอีสาน ว่า เริ่มทรงตัว หลังจากชะลอตัวมานานและส่งสัญญาณในทางที่ดีขึ้น หลังการเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ซึ่งได้มีการอนุมัติงบประมาณและโครงการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อฟื้นสภาพคล่อง โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน รวมไปถึงการจ่ายเงินโครงการรับจำนำข้าวเปลือกให้กับเกษตรกร ซึ่งภาคอีสานมีสัดส่วนชาวนาที่ร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก ทำให้ฟื้นสภาพคล่องในด้านของการใช้จ่ายได้อีกทางหนึ่ง

     อย่างไรก็ตาม การเข้ามาบริหารประเทศของ คสช. ได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น โดยเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในภาพรวมของภาคอีสาน ยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่ปกติ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังคงอยู่ที่ร้อยละ 2.95 แต่ก็เริ่มชะลอลง ด้วยปัจจัยเกื้อหนุนจากการตรึงราคาก๊าซหุงต้มและราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ขณะที่อัตราการว่างงานยังคงอยู่ที่ร้อยละ 0.9 ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำ

     สำหรับภาคการเงิน จากข้อมูลของธนาคารพาณิชย์ในภาคอีสาน ที่มีเงินฝากคงค้าง 608.4 พันล้านบาท เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึงร้อยละ 2.2 แต่ชะลอลงจากไตรมาสที่ผ่านมา โดยพบว่าบัญชีออมทรัพย์ขยายตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากคนอีสานหันมาให้ความสนใจในการออมมากขึ้น ขณะที่สินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 794 พันล้านบาท ซึ่งขณะนี้สถาบันการเงินระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น เนื่องจากความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือน มีข้อจำกัดจากภาระที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้การตรวจสอบสภาพคล่องทางการเงินและข้อกำหนดต่างๆ ทุกสถาบันการเงิน ต้องถูกนำมาวิเคราะห์กับผู้ที่จะขอสินเชื่ออย่างรัดกุมมากขึ้น

     ส่วนการแพร่ระบาดของธนบัตรปลอมฉบับละ 1,000 บาท ได้ประสานการทำงานร่วมกับกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดต่างๆ รวมทั้งตำรวจและกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ในการเฝ้าระวัง โดยพบว่าขณะนี้มีการระบาดในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี จึงขอให้ธนาคารพาณิชย์ พ่อค้า แม่ค้า และบุคคลทั่วไปจำเป็นต้องสังเกตธนบัตรฉบับละ 1,000 บาทให้ดี ใน 3 ขั้นตอนง่ายๆ คือการสัมผัส, ยกส่องและพลิกเอียง เพื่อตรวจสอบว่าธนบัตรดังกล่าวนั้นปลอมหรือไม่ ซึ่งหากตรวจพบสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่จับกุมได้ทันที(ไทยรัฐ 04082557)

พายุพ่นพิษ นาข้าวชาว จ.สกลนคร จมน้ำแล้ว หลายพันไร่(05 ส.ค.57) พิมพ์ ส่งเมล
เขียนโดย surat   
Tuesday, 05 August 2014

พายุพ่นพิษ นาข้าวชาว จ.สกลนคร จมน้ำแล้ว หลายพันไร่(05 ส.ค.57)

     เมื่อวันที่ 4 ส.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปริมาณน้ำที่สะสมในหนองหาร เอ่อล้นเข้าท่วมจากการที่มีมรสุมหลายลูก พัดกระหน่ำในพื้นที่ จ.สกลนคร ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2557 ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบทำให้ราษฎรได้รับความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะพายุรามสูรที่มีปริมาณน้ำฝนหนักสุด ถึง 101 มิลลิเมตร มีชาวบ้านใน อ.เมือง อ.โพนนาแก้ว อ.พรรณานิคม อ.อากาศอำนวย และ อ.สว่างแดนดิน เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก เป็นพื้นที่ 136 หมู่บ้าน 16 ตำบล 5 อำเภอ ประชาชนเดือดร้อน 4,298 ครัวเรือน นาข้าวได้รับความเสียหาย 11,782 ไร่ สิ่งสาธารณูปโภคเสียหาย 5 แห่ง ถนนชำรุดเสียหายเป็นจำนวนมาก โดยน้ำที่ไหลเอ่อเข้าท่วมไร่นา ท่วมขังเป็นเวลานานกว่า 1 เดือน ต้นข้าวที่จมน้ำเกิดการเน่าตายจนหมด อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือเป็นการด่วน

     ในขณะที่ชาวบ้านหลายตำบลที่อาศัยอยู่ริมทะเลสาบหนองหาร ได้รับผลกระทบหลายพันไร่นายวิชาญ สมสวัสดิ์ ผู้ใหญ่บ้านโพนใหญ่ ต.บ้านโพน อ.โพนนาแก้ว พาไปดูสภาพที่น้ำท่วมนา เป็นเวิ้งกว้าง หลายร้อยไร่ ระดับน้ำสูงตั้งแต่ 80 ซม.–3 เมตร มุดน้ำลงไปถอนต้นข้าวที่อยู่ใต้น้ำขึ้นมาให้ดู พบว่าข้าวจมน้ำเน่าเหม็นตายจนหมด ต้นข้าวที่จมอยู่ใต้น้ำแล้วมีอยู่ 3 ตำบล คือ ต.บ้านโพน ต.นาตงวัฒนา และ ต.เชียงสือ คิดเป็นพื้นที่กว่า 2 พันไร่ กำลังรอทางราชการช่วยเหลือ นอกจากนี้ สัตว์เลี้ยง เช่น โค กระบือ ต้องขาดแคลนอาหาร เจ้าของต้องต้อนไปอยู่ในที่สูง มิหนำซ้ำนอกจากน้ำท่วมข้าวแล้ว ยังมีหอยเชอรี่คอยกัดกินต้นข้าวอีก

     อย่างไรก็ตาม สาเหตุน่าจะเกิดจากการก่อสร้างประตูน้ำสุรัสวดี ทำให้ลำน้ำก่ำ ซึ่งจะไหลลงสู่ลำน้ำโขง มีระดับสูงและเอ่อล้นเข้าท่วมไร่นาเป็นประจำทุกปี วิธีแก้ปัญหา คือ การเสริมคันดินกั้นลำน้ำก่ำ คิดว่าจะแก้ปัญหาได้ จึงอยากให้ทางราชการมาตรวจสอบ เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้านอย่างถาวร(ไทยรัฐ 04082557)

“ก.พาณิชย์” เปิดประมูลข้าวครั้งแรก 1.67 แสนตัน ให้ยื่นซอง 7 ส.ค.นี้(05 ส.ค.57) พิมพ์ ส่งเมล
เขียนโดย surat   
Tuesday, 05 August 2014

“ก.พาณิชย์” เปิดประมูลข้าวครั้งแรก 1.67 แสนตัน ให้ยื่นซอง 7 ส.ค.นี้(05 ส.ค.57)

     รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่า คณะทำงานดำเนินการระบายข้าว ได้ออกประกาศเรื่องการจำหน่ายข้าวสารในสต๊อกของรัฐ ครั้งที่ 1/2557 โดยเปิดให้ยื่นซองเสนอราคาวันที่ 7 ส.ค.นี้ ปริมาณรวม 1.67 แสนตัน แบ่งเป็น ข้าวหอมมะลิ 100% ชั้น 2 ข้าวขาว 5% ข้าวขาว 15% ข้าวเหนียวขาว 10% ข้าวท่อนหอมมะลิ ปลายข้าวหอมมะลิ ปลายข้าวปทุมธานี และปลายข้าวเอวันเลิศ โครงการนาปี 2554/55 นาปรัง 2555 และโครงการรับจำนำข้าว 2556/57 แบบรายคลังและหรือรายกอง

     นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า การที่กระทรวงพาณิชย์จะเดินหน้าตามแผนการระบายสต๊อกข้าวในเดือน ส.ค. 2557 หลังได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) แล้วนั้น ถือเป็นเรื่องที่ดีที่เอกชนจะได้มีโอกาสมีข้าวมาทำการส่งออกและเพื่อจำหน่ายในประเทศ และยังเป็นการระบายข้าวในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะเป็นช่วงที่ข้าวนาปียังไม่ออกสู่ตลาดและเอกชนก็ต้องการข้าวอย่างมาก ซึ่งคาดว่าเอกชนจะให้ความสนใจมาร่วมประมูลกันอย่างคึกคัก

     “ต้องการให้ดำเนินการประมูลอย่างโปร่งใส โดยให้กำหนดราคาไว้ และหากเอกชนรายใดเสนอราคาสูงสุดก็ให้อนุมัติขายโดยต้องประกาศราคาที่ประมูลได้ต่อสาธารณชน และไม่ควรมีการต่อรองราคาเหมือนที่ผ่านมา เพราะไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าระบายข้าวไปในราคาที่แท้จริงเท่าไร”

     รายงานข่าวแจ้งอีกว่า การเปิดประมูลข่าวดังกล่าว ถือเป็นการเปิดประมูลครั้งแรก หลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ ซึ่งตามแผน กระทรวงพาณิชย์กำหนดการระบายในช่วง 2 เดือน (ส.ค.-ก.ย.) ไว้ในกรอบ 2-5 แสนตัน(ผู้จัดการ 04082557)

“ม.ล.ปนัดดา” ยันตรวจเช็กข้าวตรงไปตรงมา ไม่หวังรับรองไร้ทุจริต คาดสรุปกลางเดือนกันยายน(04 ส.ค.57) พิมพ์ ส่งเมล
เขียนโดย surat   
Tuesday, 05 August 2014

“ม.ล.ปนัดดา” ยันตรวจเช็กข้าวตรงไปตรงมา ไม่หวังรับรองไร้ทุจริต คาดสรุปกลางเดือนกันยายน(05 ส.ค.57)

     ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐ กล่าวถึงผลการตรวจสอบว่า ดำเนินการไปแล้ว 90% จากการตรวจสอบทั่วประเทศ ทางคณะอนุกรรมการที่ตนดูแลจะนำส่ง พล.อ.ฉัตรชัย การิกายะ ผู้ช่วย ผบ.ทบ.ในฐานะรองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ ประธานคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการข้าว (นบข.) เพื่อให้ประธานแถลงต่อประชาชนต่อไป โดยคาดว่ากลางเดือนกันยายนนี้น่าจะสรุปผลได้ แต่ที่ต้องใช้เวลาเพราะต้องมีการตรวจสอบในห้องแล็บเพื่อแยกระหว่างข้าวดีข้าวเน่ารวมถึงข้าวปลอมปนและข้าวสวมสิทธิ์ จึงต้องรอให้ผลสรุปออกมาทั้งหมดก่อนค่อยชี้แจงว่าในเชิงปริมาณและคุณภาพเป็นอย่างไร การทำงานจึงต้องละเอียดรอบคอบและต้องดูว่าเป็นข้าวไทยหรือข่าวต่างชาติ

     ผู้สื่อข่าวถามว่า สามารถสรุปได้หรือไม่ว่าใน 90% มีข้าวดีและข้าวเสียในปริมาณเท่าไหร่ ม.ล.ปนัดดากล่าวว่า ยังไม่สามารถสรุปได้ สวนที่ก่อนหน้านี้ พล.อ.ฉัตรชัยออกมาระบุว่าในการตรวจสอบที่แล้วเสร็จไป 80% พบว่ามีข้าวเสีย 10% นั้นเป็นข้อมูลที่ผู้บริหารรวมทั้งตนคาดหวังกันว่าข้าวที่กระทรวงพาณิชย์จะระบายสู่ตลาดได้ เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณให้แก่ชาวนาในระดับโลก แต่ไม่ใช่บทสรุปสุดท้าย

     อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถบอกได้ว่าผลการตรวจสอบมีปริมาณข้าวในโกดังครบถ้วนหรือไม่ หรือว่ามีข้าวหาย 3 ล้านตันตามที่คณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการจขำนำข้าวสรุปหรือไม่ เพราะยังมีมาตรการตรวจข้าวในห้องแล็ป

     เมื่อถามแย้งว่ากรณีนี้เป็นเรื่องปริมาณ ไม่เกี่ยวกับคุณภาพที่กำลังตรวจสอบในห้องแล็บเหตุใดไม่สามารถระบุได้ว่ามีปริมาณครบหรือว่าหายไป 3 ล้านตัน ม.ล.ปนัดดากล่าวว่า ตนขอให้ประธาน นบข.เป็นคนเรียนต่อสังคมเพราะตอนนี้อยู่ในขั้นตอนสำรวจข้าวปลอมปน เพราะเรื่องปริมาณกับคุณภาพต้องควบคู่กันไป จึงยังไม่สามารถพูดตัวเลขสุดท้ายได้ และเป็นเรื่องที่ผู้บริหารระดับสูงจะชี้แจงเอง โดยขั้นตอนจะมอบให้ พล.อ.ฉัตรชัย ส่วนต่อจากนั้นการชี้แจงต่อประชาชนน่าจะเป็นเรื่องของผู้บริหารสูงสุด

     ส่วนที่นายปราโมทย์ วานิชชานนท์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมโรงสีข้าวไทย ตั้งข้อสังเกตว่าการตรวจสอบหยาบเกินไปทำให้ไม่ได้มาตรฐาน และอาจกลายเป็นการรองรับว่าโครงการนี้ไม่มีการทุจริต มองอย่างไร ม.ล.ปนัดดากล่าวว่า คงไม่ใช่เช่นนั้น ทีมงานตนเป็นข้าราชการประจำทำงานตรงไปตรงมาไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง จึงอยากให้ตัวเลขที่ออกมาสามารถพูดได้เต็มปากว่ากระทรวงพาณิชย์สามารถนำออกมาขายไปสู่ต่างประเทศได้

     อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบตนได้คุยกับทีมงานว่าเหตุการณ์เช่นนี้ขออย่าให้เกิดขึ้นอีก และต้องช่วยกันกู้ชื่อเสียงข้าวไทยในตลาดโลกให้กลับคืนมา เพราะโครงการนี้ทำให้เกิดความสับสนอลหม่านตามมามากมาย โดยเฉพาะความเดือดร้อนของชาวนา ส่วนมีการทุจริตทุกขั้นตอนหรือไม่ ตนไม่ขอพูด เป็นเรื่องของ นบข.จะชี้แจงเอง(ผู้จัดการ 04082557)

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Tuesday, 05 August 2014 )
<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 หน้าถัดไป > หน้าสุดท้าย >>

ผลลัพธ์ 41 - 49 จาก 233
Link

ผู้เยี่ยมชม: 6042938
ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2550
ขณะนี้มี 40 บุคคลทั่วไป ออนไลน์