หน้าแรก
ข่าวประจำวัน
ขุนคลังเรียกประชุมบอร์ด ธ.ก.ส.เตรียมจ่ายเงินชาวนา(15 ต.ค.57) พิมพ์ ส่งเมล
เขียนโดย surat   
Wednesday, 15 October 2014

ขุนคลังเรียกประชุมบอร์ด ธ.ก.ส.เตรียมจ่ายเงินชาวนา(15 ต.ค.57)

     นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า วันนี้ (15 ต.ค.) จะมีการประชุมคณะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีประเด็นหลักในเรื่องของเตรียมจ่ายเงินชาวนาร้อยละ 1,000 บาท ตั้งแต่ 20 ตุลาคมนี้ เป็นประเด็นหลัก

     ทั้งนี้ นายสมหมาย กล่าวว่า การจ่ายเงินจะใช้กลไกเดิมที่ ธ.ก.ส.มีอยู่ในการตรวจสอบ และดำเนินการจ่ายเงินให้รอบคอบและรัดกุมมากขึ้น เพราะเป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีเป็นห่วงว่าจะไม่โปร่งใส โดยจะมีการใช้เครื่องมือเพิ่มเติมในการตรวจสอบเรื่องของการจ่ายเงินเกี่ยวกับสินค้าการเกษตร เช่น การใช้ระบบดาวเทียมและไอทีเข้ามาช่วย เพื่อให้เกิดความรัดกุมมากยิ่งขึ้น

     นายสมหมาย ยังกล่าวอีกว่า การอุดหนุนภาคการเกษตรในลักษณะเดียวกันกับไทยที่ที่มีการจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนาก็มีการใช้วิธีดังกล่าวในต่างประเทศ แต่จะมีการตรวจสอบที่รัดกุมและมีประสิทธิภาพมากกว่า(ผู้จัดการ 15102557)

ชาวนา จ.พิจิตรขึ้นทะเบียนช่วยไร่ละพันแล้วกว่า 47,000 คน(15 ต.ค.57) พิมพ์ ส่งเมล
เขียนโดย surat   
Wednesday, 15 October 2014

ชาวนา จ.พิจิตรขึ้นทะเบียนช่วยไร่ละพันแล้วกว่า 47,000 คน(15 ต.ค.57)

     นายไพฑูรย์ รื่นสุข เกษตรจังหวัดพิจิตร กล่าวว่า หลังจากที่รัฐบาลจะให้เงินช่วยเหลือลดต้นทุนการผลิตปลูกข้าวแก่ชาวนาอัตราไร่ละ 1,000 บาท จำนวน 15 ไร่ต่อครัวเรือน โดยชาวนาจังหวัดพิจิตรได้ทยอยขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวกับเกษตรอำเภอต่างๆ ไว้ จำนวนกว่า 47,000 ราย ขณะนี้พนักงานเกษตรอำเภอต่างๆ เตรียมออกใบรับรองการเป็นเกษตรกรและชาวนาดังกล่าวแล้ว และจะมีชาวนาอีกประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมก่อนหน้านี้ยังไม่ได้มาขึ้นทะเบียน เกษตรกรจังหวัดพิจิตรจึงได้ขยายระยะเวลาให้ชาวนาพื้นที่ดังกล่าวมาลงทะเบียนเป็นเกษตรกรเพิ่มเติมไปจนถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2557 ณ สำนักงานเกษตรในท้องที่

     นายไพฑูรย์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่ต้องตรวจสอบและเฝ้าระวังเป็นพิเศษ กรณีชาวนาที่เคยทำนาแปลงใหญ่มากกว่า 15 ไร่ และมาแจ้งว่าทำนาแปลงเล็กแค่ 15 ไร่ ส่วนที่เหลือจะแบ่งให้ผู้อื่นเช่าทำนา ซึ่งเกษตรจังหวัดพิจิตรมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวดและละเอียด(ผู้จัดการ 15102557)

ก.พาณิชย์ เคาะราคากลางข้าวเปลือกหอมมะลิ 15,000-16,000 บ./ตัน(15 ต.ค.57) พิมพ์ ส่งเมล
เขียนโดย surat   
Wednesday, 15 October 2014

ก.พาณิชย์ เคาะราคากลางข้าวเปลือกหอมมะลิ 15,000-16,000 บ./ตัน(15 ต.ค.57)

     พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวและผู้ค้าข้าวถึงแนวทางการดูแลราคาข้าวนาปี 2557/2558 ว่า ภาคเอกชนเห็นพ้องในการกำหนดราคากลางข้าวเปลือกหอมมะลิความชื้นไม่เกิน 15 เปอร์เซ็นต์ ที่ตันละ 15,000-16,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่เหมาะสมและยอมรับได้ของผู้ส่งออก โรงสี และชาวนา โดยราคาดังกล่าวจะครอบคลุมผลผลิตที่จะออกสู่ตลาดประมาณ 6,000,000 ตัน ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมนี้

     พร้อมกันนี้ ได้หารือเพื่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับผู้ส่งออกในการบุกตลาดต่างประเทศ โดยจะมีการเจาะตลาดเป็นรายประเทศ อาทิ แอฟริกาและอาเซียน รวมทั้งมีแนวทางที่จะโปรโมทแนวทางการส่งออกข้าวหอมมะลิไทยให้มีมาตรฐานเดียวและเป็นที่ยอมรับทั่วโลก

     อย่างไรก็ตาม จะนำเสนอแนวทางการพยุงราคาข้าวต่อคณะกรรมการนโยบายบริหารและจัดการข้าว (นบข.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยจะเสนอมาตรการจูงใจให้ชาวนา โรงสี และพ่อค้าดูดซับผลผลิตข้าวเปลือกที่จะออกสู่ตลาดรอบใหม่ มีเป้าหมาย 2,000,000 ตัน(ผู้จัดการ 15102557)

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Thursday, 16 October 2014 )
จ.ชัยภูมิแล้งหนัก หวั่นเกิดศึกแย่งน้ำ ชาวบ้านขู่ปิดบึงละหาน(15 ต.ค.57) พิมพ์ ส่งเมล
เขียนโดย surat   
Wednesday, 15 October 2014

จ.ชัยภูมิแล้งหนัก หวั่นเกิดศึกแย่งน้ำ ชาวบ้านขู่ปิดบึงละหาน(15 ต.ค.57)

     เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จังหวัดชัยภูมิเกิดภาวะแล้งหนัก ชาวบ้านในหลายอำเภอ ขาดนํ้าอุปโภคบริโภค วัว ควาย ของชาวบ้านขาดนํ้ากิน นาข้าว พืชสวนทางการเกษตรเสียหายหลายแสนไร่ หนักสุดที่อำเภอจัตุรัส ไร่นาเสียหายกว่า 9 หมื่นไร่ ใน 9 ตำบล แบ่งเป็นนาข้าว 7 หมื่นกว่าไร่ พืชไร่อีกกว่า 2 หมื่นไร่ สร้างความเสียหายเป็นจำนวนมาก บ่อนํ้าตามไร่นาที่ชาวบ้านขุดไว้ นํ้าก็แห้งขอด นํ้าในบึงละหาน อ่างเก็บนํ้าขนาดใหญ่ที่ใช้ทํานํ้าประปาใช้ใน 2 อำเภอ คืออำเภอเมืองชัยภูมิ และอำเภอจัตุรัส มีพื้นที่ 1 หมื่น 8 พันไร่ นํ้าในอ่างก็เหลือน้อย ไม่ถึงครึ่งของความจุอ่าง สร้างความวิตกให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก เกรงจะไม่มีน้ำใช้ตลอดแล้งนี้

     โดยนายธเนศ สุมณทา กํานันตำบลหนองบัวใหญ่ กล่าวว่า ปีนี้เกิดภัยแล้งหนักในรอบ 30 ปี ไม่เคยเห็นปีไหนจะแล้งมากขนาดนี้ นํ้าในบึงละหานไม่เคยน้อยเท่านี้ แถมอำเภอเมืองยังมาขอปล่อยนํ้าไปทำนํ้าประปาอีก ซํ้าร้ายระหว่างทางยังมีชาวบ้านพวกที่เห็นเเก่ตัว ขโมยปล่อยนํ้าไปทํานาปรัง อีก ตนเองได้ปรึกษากับกำนันใน 5 ตำบล ที่อยู่รอบบึงละหาน จะจัดเวรยามเฝ้าระวัง ไม่ให้ใครมาขโมยปล่อยนํ้าไปทํานาปรัง ส่วนอำเภอเมืองก็จะปล่อยนํ้าให้เป็นเวลา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของอำเภอเมือง แต่ถ้าไม่ช่วยกันดูแล พวกที่ขโมยนํ้าไปทำนาปรัง ก็จะไม่ปล่อยนํ้าให้อีกต่อไป ถ้าไม่ช่วยกันตนจะนำชาวบ้านปิดบึงละหานเลย ไม่อย่างนั้นชาวบ้านในอำเภอจัตุรัสขาดนํ้าแน่นอน

     ส่วนนายบุญรวม ชาลีรินทร์ อยู่บ้านเลขที่ 29/1 หมู่ 2 ต.หนองบัวใหญ่ กล่าวว่า ปีนี้ตนทำนากว่า 20 ไร่ เมื่อเกิดภาวะแล้งไม่ได้ข้าวสักเม็ด ปีหน้าไม่รู้จะเอาเม็ดพันธุ์จากไหน อยากวอน ท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ช่วยพันธุ์ข้าวด้วย

     ด้านนายสรกฤช ชื่นจิตต์ นายอำเภอจัตุรัส กล่าวว่า ตนได้ประสานไปยังหน่วยฝนหลวงมาทำฝนเทียมแล้ว แต่เนื่องจากความชื้นไม่พอ ก็เลยไม่ได้ผลส่วนหมู่บ้านไหนขาดนํ้าอุปโภค บริโภคหนัก ก็ส่งรถนํ้าเข้าไปแจกเพื่อช่วยเหลือต่อไป(ไทยรัฐ 14102557)

ม็อบชาวนา จ.เชียงรายมาอีก ทวงเงินจำนำข้าวปี 56 ตกค้างกว่า 5 ล้าน(15 ต.ค.57) พิมพ์ ส่งเมล
เขียนโดย surat   
Wednesday, 15 October 2014

ม็อบชาวนา จ.เชียงรายมาอีก ทวงเงินจำนำข้าวปี 56 ตกค้างกว่า 5 ล้าน(15 ต.ค.57)

     เมื่อวันที่ 14 ต.ค. นายพินิต ชัยรัตน์ ตัวแทนชาวนาพร้อมกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรังปี 2556 ประมาณ 100 คน ชุมนุมกันที่ศาลากลางจังหวัดเชียงราย เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือ โดยถือป้ายข้อความ เช่น ชาวนา อ.แม่ลาว ขอความเป็นธรรม ถูกโกงข้าวนาปรังปี 2556, เอาข้าวกูไป, อิทธิพลทำร้ายชาวนาตาดำๆ, เราชาวนาโดนรังแก เป็นต้น

     หลังชาวนา อ.แม่ลาวจำนวนมากนำข้าวไปเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวนาปรังปี 2556 กับเอกชน คือ ท่าข้าวนิธิผลสหการเกษตรกร เลขที่ 177 หมู่ 3 ต.จอมหมอกแก้ว อ.แม่ลาว แต่ไม่ออกใบประทวนให้ จนเกิดเป็นคดีความฟ้องร้องกัน และมีผู้ถูกดำเนินคดีไปแล้ว แต่ชาวบ้านยังไม่ได้รับเงินค่าจำนำข้าว เนื่องจากพบว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีเป็นญาติกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ด้วย

     ต่อมานายชาติชาย สงวนพงษ์ ปลัดจังหวัดเชียงราย นายวุฒิชัย พิชิตนาค อัยการจังหวัดเชียงราย รับหนังสือร้องเรียนจากตัวแทนชาวนา ที่มีเนื้อหาระบุว่าหลังจากชาวนาไม่ได้รับใบประทวน ได้มีการแจ้งความเอาไว้ที่ สภ.แม่ลาว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งว่ามีผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกง 3 คน มีโรงสีข้าวเกี่ยวข้องในฐานะผู้รับซื้อ 2 โรง คือ โรงสีข้าว ก.เทพสวัสดิ์ และโรงสีข้าวแม่จันโกลเด้นแกรนด์ โดยโรงสีให้การในฐานะเป็นพยานว่า ได้รับซื้อข้าวจาก 1 ใน 3 ของผู้ถูกดำเนินคดี แต่อีก 2 คนนั้นไม่รู้จักกัน

     นายพินิตแจ้งข้อมูลกับทางจังหวัดอีกว่า ยอดความเสียหายทั้งหมดเป็นเงิน 9,572,400 บาท ซึ่งที่ผ่านมาทางโรงสีทั้ง 2 โรงได้เยียวยาให้เกษตรกร 4,215,420 บาท เหลือเงินคงค้าง 5,356,980 บาท สำหรับผู้ที่ถูกดำเนินคดี ได้แก่ นายณัชสัณห์ รัศมิ์ธนหิรัญ เจ้าของท่าข้าวนิธิผลสหการเกษตร นางธนัญรัตน์ รัศมิ์ธนหิรัญ ภรรยาเจ้าของท่าข้าวการเกษตร และนางธมลพรรณ คำรังษี เจ้าของท่าข้าวรุ่งเรือง โดย 2 คนแรกถูกดำเนินคดีที่ศาลเทิง จ.เชียงราย ส่วนคนที่ 3 ได้ประกันตัวออกมา ดังนั้นจึงขอให้ทางจังหวัดโดยศูนย์ดำรงธรรม เรียกคู่กรณีมาเจรจาไกล่เกลี่ยจ่ายเงินค่าข้าวที่เหลือด้วย หากไม่เจรจาก็ขอให้เร่งรัดคดีตามกระบวนการยุติธรรมให้ถึงที่สุดต่อไป

     ซึ่งนายชาติชายได้รับเรื่องจากชาวบ้านเอาไว้พร้อมแจ้งให้ทราบว่า ทางจังหวัดจะแจ้งนางธมลพรรณเพื่อให้มาเจรจาไกล่เกลี่ยตามที่ชาวบ้านร้องขอ ทำให้กลุ่มเกษตรกรพอใจและแยกย้ายกันกลับ(ผู้จัดการ 14102557)

<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 หน้าถัดไป > หน้าสุดท้าย >>

ผลลัพธ์ 41 - 49 จาก 321
Link

ผู้เยี่ยมชม: 6247704
ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2550
ขณะนี้มี 36 บุคคลทั่วไป ออนไลน์