หน้าแรก
หน้าแรก
ประวัติสมาคม
รายชื่อกรรมการสมาคม
ราคาข้าว
สถานการณ์ข้าวประจำเดือน
ข่าวประจำวัน
Advanced Search
Contact Us
ใบสมัครสมาชิก
สรุปการรับจำนำฯ 51/52
Clock Calendar
Thai Radio

      ปริมาณข้าวสารที่ส่งออก
  ระหว่างวันที่ 1 ม.ค.-30 มิ.ย.51
ข้าวเอกชน    5,912,223.00  ตัน
ข้าวรัฐบาล        73,400.00  ตัน
รวมปริมาณ   5,985,623.00  ตัน

      ปริมาณข้าวสารที่ส่งออก

  ระหว่างวันที่ 1 ม.ค.-30 มิ.ย.52
ข้าวเอกชน    4,432,309.00  ตัน
ข้าวรัฐบาล            -            ตัน
รวมปริมาณ    4,432,309.00  ตัน

      ปริมาณข้าวสารที่ส่งออก
  ระหว่างวันที่ 1 มิ.ย.-30 มิ.ย.51
ข้าวเอกชน       954,388.00  ตัน
ข้าวรัฐบาล           -             ตัน
รวมปริมาณ       954,388.00  ตัน

      ปริมาณข้าวสารที่ส่งออก
  ระหว่างวันที่ 1 มิ.ย.-30 มิ.ย.52
ข้าวเอกชน       869,436.00  ตัน
ข้าวรัฐบาล            -            ตัน
รวมปริมาณ       869,436.00  ตัน

      ปริมาณข้าวสารที่ส่งออก
  ระหว่างวันที่ 1 ม.ค.-1 ก.ค.51
ข้าวเอกชน    4,485,732.18  ตัน
ข้าวรัฐบาล         73,400.00  ตัน
รวมปริมาณ    4,559,132.18  ตัน

* หมายเหตุ  ไม่รวมข้าวหอมมะลิ

      ปริมาณข้าวสารที่ส่งออก  

  ระหว่างวันที่ 1 ม.ค.-1 ก.ค.52
ข้าวเอกชน     2,998,512.77  ตัน
ข้าวรัฐบาล              -          ตัน
รวมปริมาณ    2,998,512.77  ตัน

* หมายเหตุ  ไม่รวมข้าวหอมมะลิ

      ปริมาณข้าวสารที่ส่งออก
  ระหว่างวันที่ 1 ก.ค.- 1 ก.ค.51
ข้าวเอกชน       27,684.79  ตัน
ข้าวรัฐบาล               -        ตัน
รวมปริมาณ      27,684.79  ตัน

* หมายเหตุ  ไม่รวมข้าวหอมมะลิ

      ปริมาณข้าวสารที่ส่งออก

  ระหว่างวันที่ 1 ก.ค.- 1 ก.ค.52
ข้าวเอกชน         23,163.61  ตัน
ข้าวรัฐบาล            -            ตัน
รวมปริมาณ        23,163.61  ตัน

* หมายเหตุ  ไม่รวมข้าวหอมมะลิ

ข่าวงานสมาคมฯ

      * ขอเชิญสมาชิก  สมาคมโรงสีข้าวไทย  ร่วมสวดพระอภิธรรม  คุณแม่จงกล   ยงศิริ 
มารดา  คุณสมภพ  ยงศิริ  โรงสียงไพบูลย์  จ.ฉะเชิงเทรา   ตั้งแต่ วันที่  2 - 5  ก.ค. 52 
โดยกำหนดประชุมเพลิง วันอาทิตย์ที่ 5 ก.ค. 52 เวลา 16.00 น. ทั้งนี้ สมาคมฯ ได้รับเกียรติ
เป็นเจ้าภาพ วันเสาร์ ที่ 4 ก.ค. 52 เวลา 19.30  น. ณ วัดบางพระ อ.เมือง .ฉะเชิงเทรา
จึงขอเรียนเชิญ ท่านคณะกรรมการ และสมาชิกสมาคมโรงสีข้าวไทย ได้เข้าร่วมเป็นเจ้าภาพ
อย่างพร้อมเพรียงกัน

ประกาศสมาคม ฯ

     * สมาคมโรงสีข้าวไทย จะดำเนินการปิดงบการเงินประจำปี 2552 ในเดือน  กันยายน  นี้ 

หากสมาชิกท่านใดยังไม่ได้นำส่งค่าบำรุงประจำปี 2552 ขอให้ท่านสมาชิกฯ ได้โอนเงินค่าบำรุง

ของท่านเข้าบัญชีในนามของ " สมาคมโรงสีข้าวไทย "  บัญชีออมทรัพย์  ธ.ไทยพาณิชย์

สาขาตลาดน้อย  เลขที่บัญชี  013 - 2 - 75692 - 5  เมื่อท่านได้โอนเงินแล้วกรุณา  Fax

ส่งใบสำเนาโอนเงินมายังสมาคมฯ ที่เบอร์ 02 -234 -7286 เพื่อที่จะได้จัดส่งใบเสร็จรับเงินของ

สมาคมฯ มายังท่านต่อไป

ข่าวประจำวัน

 ก.เกษตรฯแจ้งขึ้นทะเบียนเกษตรกรทั่วปท.(03 ก.ค.52)
     
นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ระหว่างวันที่ 1ก.ค.-30 ก.ย.นี้ กระทรวงเกษตรฯ โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร(สศก.)และกรมส่งเสริมการเกษตรจะร่วมกันปรับปรุงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบันโดยได้ว่าจ้างนักศึกษาจบใหม่ และผู้ว่างงานจำนวน 7,305 ราย ลงพื้นที่สำรวจจัดเก็บข้อมูลและขึ้นทะเบียนเกษตรกร เช่นปลูกพืชชนิดใด พื้นที่เท่าไหร่ ที่ดินเป็นของตนเองหรือเช่าเป็นต้น โดยเกษตรจะต้องนำหลักฐานบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และหลักฐานการเป็นเจ้าของที่ดิน หรือสัญญาการเช่า“เมื่อขึ้นทะเบียนและจัดทำฐานข้อมูลเกษตรกรเรียบร้อยแล้ว รัฐบาลจะมีข้อมูลที่ถูกต้อง สามารถนำมาใช้แก้ปัญหาสินค้าเกษตรตกต่ำได้ โดยเฉพาะมาตรการแทรกแซงราคา หรือการประกันราคา รวมทั้งการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติต่างๆ ช่วยแก้ปัญหาเรื่องการสวมสิทธิ์เกษตรกรเพื่อมาเข้าโครงการของรัฐ หรือรับการช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆ ซึ่งระเบียบของกระทรวงการคลังระบุไว้ชัดเจนว่า ถ้าเกษตรกรรายใดไม่ได้ขึ้นทะเบียนไว้จะไม่ได้รับการช่วยเหลือ” รมว.เกษตรฯ กล่าว
    
นายธีระ กล่าวถึงกรณีที่เกษตรกรเกรงว่าการขึ้นจะเบียนจะถูกนำข้อมูลไปใช้เรียกเก็บภาษีว่า ขอยืนยันว่ากระทรวงเกษตรฯจะนำข้อมูลมาใช้เพื่อเป็นฐานในการให้การช่วยเหลือเกษตรกร เท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียกเก็บภาษี และจะให้เกษตรกรมาแจ้งให้ข้อมูลเป็นปัจจุบันในทุกปี เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการทำเกษตรเช่นปีนี้ปลูกอ้อย ปีถัดไปปลูกข้าว ก็ต้องไปแจ้งให้เกษตรตำบลรับทราบเพื่อทำข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน
    
ด้านนายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการ สศก.กล่าวว่า การขึ้นทะเบียนเกษตรกร นอกจากจะช่วยให้คาดการณ์ผลผลิตในปีนั้นๆ ว่าปริมาณสินค้าเกษตรแต่ละชนิดจะมีมากน้อยแค่ไหนแล้วสามารถนำมาวางแผนบริหารจัดการได้รวดเร็วถูกต้องมากยิ่งขึ้นแล้ว และยังช่วยให้ป้องกันไม่ให้นำสินค้าเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาสวมสิทธิ์รับการช่วยเหลือในโครงการแทรกแซงราคาของรัฐบาลไทย ซึ่งในปี 2553 นี้จะเริ่มเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟต้า จะมีสินค้าเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในประเทศมากขึ้น การทำทะเบียนให้ชัดเจนจะช่วยให้สามารถจัดระบบได้ง่ายขึ้น(ไทยรัฐ 02072552)
ให้ผู้ส่งออกส่งสินค้าไปนอร์เวย์(03 ก.ค.52)
    
น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ไตรมาสแรกปี 2552 การค้าระหว่างไทยกับนอร์เวย์มีมูลค่า 56.49 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นการส่งออกมูลค่า 27.27 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้ามูลค่า 29.22 ล้านดอลลาร์สหรัฐซึ่งไทยเป็นฝ่ายขาดดุลการค้า 1.95 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกที่สำคัญ 5 อันดับแรก ได้แก่ เนื้อปลาฟิลเลแช่เย็น ข้าวเครื่องปรับอากาศ รถบรรทุก ชนิดแวนและปิกอัพ และปลาทูน่ากระป๋อง สำหรับการใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี)ไตรมาสแรก มีผู้มาขอใช้สิทธิจีเอสพี ส่งออกไปนอร์เวย์มูลค่า 12.18 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีสัดส่วนการใช้สิทธิฯ ร้อยละ45.93 ของมูลค่าการส่งออกเฉพาะรายการสินค้าที่ได้รับสิทธิฯ สินค้าส่งออกสำคัญที่ใช้สิทธิสูง ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดหวานปรุงแต่งกางเกงเด็กชายทำด้วยฝ้าย ของปรุงแต่งสำหรับทำซอส และถุง/กระสอบ ทำด้วยแถบโพลิเอทิลีน ส่วนสินค้าที่ใช้สิทธิฯ ค่อนข้างต่ำได้แก่ พืชผักอื่น ๆ พาสต้า อาหารปรุงแต่งจำพวกโปรตีนเข้มข้น
    
นอกจากนี้ ยังมีสินค้าที่ไม่มีการขอใช้สิทธิฯ คือ พืชผักอื่น ๆ ปรุงแต่ง และพืชผักแช่เย็นจนแข็ง เพื่อให้การใช้สิทธิจีเอสพีนอร์เวย์เกิดประโยชน์สูงสุด จึงขอให้ผู้ส่งออกสินค้าดังกล่าวของไทย หันมาใช้สิทธิจีเอสพีส่งออกไปยังนอร์เวย์มากขึ้น(สำนักข่าว INN 02072552)
กรมการค้าภายในลงสอบสต๊อกข้าวสัปดาห์หน้า(03 ก.ค.52)
    
นายยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป ทางกรมการค้าภายใน จะลงพื้นที่ตรวจสอบสต๊อกข้าวของรัฐบาล โดยเฉพาะ ในช่วงวันหยุด ซึ่งมีรายงานว่ามีการขนย้ายข้าว หมุนเวียนในพื้นที่ต่างๆ หลายจุด เพื่อเป็นการตรวจสอบและป้องกันไม่ให้มีการกระทำทุจริต โดยจะมีการตรวจสอบในพื้นที่สีแดง 20 จังหวัด
    
นอกจากนี้ อธิบดีกรมการค้าภายใน ยังกล่าวอีกว่า ในวันพรุ่งนี้ ทางกรมการค้าภายใน จะจัดงานมหกรรมธงฟ้ามหาชนที่ จังหวัดระยอง บริเวณสนามกีฬากลาง โดยจะมีการจำหน่ายสินค้าจำเป็นในราคาถูกกว่าท้องตลาด ระหว่างวันที่ 3-5 ก.ค. ก่อนจะทยอยจัดทั่วประเทศ ในช่วงเดือน ก.ค. อีก 3 จังหวัด ประกอบด้วย ชลบุรี เลย และ สุรินทร์(สำนักข่าว INN 02072552)
นายกฯเตรียมยกทีมลุยเวียดนาม กระชับสัมพันธ์(03 ก.ค.52)
    
นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันที่ 10 ก.ค. เวลา 12.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง จะเดินทางไปเยือนประเทศเวียดนามอย่างเป็นทางการ และเดินทางกลับประเทศไทยในเวลา 22.55 น.ของวันเดียวกัน โดยจะไปหารือกับประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่าประเทศ สานต่อนโยบาย รวมถึงปรับโครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันให้ทันสมัยขึ้น
    
ทั้งนี้ นายปณิธาน กล่าวด้วยว่า จะหารือร่วมกันในประเด็นหลักเรื่องการค้า การลงทุน ท่องเที่ยว คมนาคม โดยเฉพาะเรื่องการค้า จะเน้นความร่วมมือเรื่องยุทธศาตร์ข้าว เนื่องจากไทยและเวียดนามเป็นประเทศผู้ผลิตข้าวรายใหญ่เบอร์ 1 และ 2 ของโลกตามลำดับ โดยจะคุยเรื่องความร่วมมือเป็นหุ้นส่วนการจัดทำสต๊อกข้าวของภูมิภาคอาเซียน อย่างไรก็ตามคงต้องหารือในรายละเอียดกันก่อน เพราะเวียดนามยังส่งออกข้าวได้น้อย อาจต้องหารือกันในเรื่องการเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกด้วย นอกจากนี้จะเรื่องการเชื่อมเส้นทางคมนาคมเชื่อมต่อระหว่างจีน-เวียดนาม -กัมพูชา และไทยด้วย(ไทยรัฐ 02072552)
ข้าวพันธุ์ไม่เกิดอาการแพ้ ใช้เทคนิคการตัดแต่งหน่วยพันธุกรรม(03 ก.ค.52)
    
นักวิจัยญี่ปุ่น พบวิธีการปรับแต่งพันธุกรรมในข้าว เพื่อลองแต่งไม่ให้ก่อโรคแพ้เกสรดอกต้นซีดาร์ ที่เป็นปัญหาด้านสุขภาพชาวแดนปลาดิบกว่า 20% นักวิทยาศาสตร์ชาวซากุระได้ประสบความสำเร็จ ในการเพาะพันธุ์ข้าวปรับแต่งหน่วยพันธุกรรมรุ่นใหม่ ซึ่งจะไม่ก่อให้ เกิดอาการแพ้กับผู้บริโภคขึ้น
    
วารสารวิทยาศาสตร์"ไลฟ์ ไซเอนซ์"ของสหรัฐฯ แจ้งว่าข้าวจำลองพันธุ์ชนิดใหม่ถูกสร้างขึ้นไม่ให้ก่ออาการแพ้เกสรพืชได้สำเร็จ ในการทดลองกับสัตว์
    
นายฟูมิโอะ ทากาอิวา กับคณะได้บทเรียนจากการสร้างข้าวปรับแต่งหน่วยพันธุกรรมรุ่นแรก เพื่อให้ทนต่อวัชพืชและแมลงได้ จึงคิดทำรุ่นที่ 2 ขึ้น เพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพของมนุษย์โดยตรง พวกเขายังสร้างธัญญาหารและพืชผักขึ้นด้วย โดยให้มันมีระดับสารอาหาร อันได้แก่ วิตามินและเกลือแร่ สูงขึ้น และอาจมียาและวัคซีนเพิ่มอีกในตัว ในเวลาต่อไปด้วย
    
นักวิจัยมีความร้อนใจ ต้องการที่จะได้รู้ว่า อาหารที่ผลิตเป็นพืชที่ให้สรรพคุณทางชีวเภสัชศาสตร์ จะปลอดภัยกับมนุษย์และสิ่งแวดล้อมหรือไม่
    
ารสร้างข้าวที่ถูกตัดแต่งหน่วยพันธุกรรม ไม่ให้ก่อโรคแพ้เกสรดอกต้นซีดาร์ครั้งนี้ นับเป็นความพยายามเพื่อจะแก้ปัญหา ที่มีชาวญี่ปุ่นอยู่ร้อยละ 20 ที่เกิดอาการแพ้ดังกล่าว นักวิจัยได้ทดลองหุงข้าวนี้ ให้กบลิงฝูงหนึ่งกินอย่างปลอดภัยมาเป็นเวลานานเกือบ 7 เดือนแล้ว(ไทยรัฐ 03072552)
เอ็นจีโอต้านสิทธิบัตรข้าว(03 ก.ค.52)
    
นายวิทูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี(ไบโอ)เปิดเผยว่า เครือข่ายวิชาการเพื่อคุ้มครองทรัพยากรชีวภาพไทยและเกษตรกรทั่วประเทศ ขอคัดค้านการจดสิทธิบัตรในยีนข้าวหอมมะลิ ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เพราะจะเป็นการเปิดช่องให้ต่างชาติเข้ามาฮุบพันธุ์พืช และพันธุ์สัตว์ที่มีหลากหลายของไทย“การจดสิทธิบัตรยีนข้าวหอม มะลิจะนำไปสู่การแก้ไขกฎหมายสิทธิบัตรให้ครอบคลุมสิ่งมีชีวิต ทั้งพืชและสัตว์ ตามที่สหรัฐและสหภาพยุโรป(อียู)พยายามผลักดันมาตลอด ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจะทำให้ประเทศไทย ซึ่งมีความหลากหลายทางชีวภาพจะทำให้พันธุ์พืชและสัตว์ตกอยู่ในมือของบรรษัทข้ามชาติ”นายวิทูรย์ กล่าว
    
นายวิทูรย์ กล่าวด้วยว่า การที่สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.)ไปจดสิทธิบัตรกรรมวิธีได้ยีนหอม ของข้าวหอมมะลิในต่างประเทศ จะส่งผลกระทบต่อข้าวไทย อย่างมาก เพราะหลัง 20 ปี ที่สิทธิบัตรหมดอายุก็จะทำให้ทั้งโลกสามารถพัฒนาความหอมของข้าวไปใส่ในข้าวอะไรก็ได้ ซึ่งจะทำให้ไทยเสียประโยชน์“ขณะเดียวกันเมื่อตรวจสอบการจดสิทธิบัตรดังกล่าว พบว่า เป็นการทดลองจากข้าวจีเอ็มโอ ซึ่งการวิจัยของ สวทช.เป็นสิ่งที่ขัดกับนโยบายของรัฐบาลไทยที่ประกาศมาตลอดว่าไม่มีการทดลองข้าว จีเอ็มโอมาก่อน ทำให้จะกระทบตลาดข้าวไทยได้” นายวิทูรย์ กล่าว
    
ด้านกรมวิชาการการเกษตรก็ได้นำคณะนักพฤกษศาสตร์ไทยเดินทางไปยังกรุงปารีส ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์พืชคุ้มครอง ของอียู เพื่อตรวจสอบข้อมูลการ ยื่นจดสิทธิบัตรคุ้มครองพันธุ์ปทุมมา ไม้ดอกสวยงามของไทย ที่เนเธอร์แลนด์แอบอ้างสิทธิเพื่อยื่นคัดค้านการจดสิทธิบัตรทันที
    
ทั้งนี้ เพื่อปกป้องพันธุ์พืชไทย ไม่ให้ต่างชาติขโมยพันธุ์ไปได้ รวมทั้งปกป้องตลาดและมูลค่าการส่งออกหัวพันธุ์ปทุมมาที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นถึงปีละ 100 ล้านบาท(โพสต์ทูเดย์ 03072552)

ข้อมูลเพิ่มเติม...
<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 หน้าถัดไป > หน้าสุดท้าย >>

ผู้เยี่ยมชม: 630772
ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2550
ขณะนี้มี 11 บุคคลทั่วไป ออนไลน์