|
เกมการเมืองป่วน ราคาขายข้าว รัฐตั้งแง่ภูมิใจไทย(08 ก.พ.53) จับตาเกมการเมืองป่วนขายข้าวรัฐ หลัง ปชป.เล่นแง่ไม่เห็นชอบเกณฑ์หักค่าเสื่อมข้าวที่ ภท.เสนอ ใช้คำนวณราคากลางขายข้าวให้เอกชน ขณะที่รัฐต้องการขายผ่านเอเฟตเพราะโปร่งใส แต่ปั่นราคาลิ่ว ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 7 ก.พ.จากกระทรวงพาณิชย์ว่า ในเร็วๆ นี้ กระทรวงพาณิชย์จะเสนอให้คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ(กขช.)ระบายข้าวสารในสต๊อกรัฐบาล 2 ล้านตัน ในตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า(เอเฟต)หลังมีแนวโน้มว่าการเปิดประมูลข้าวสารในสต๊อกรัฐบาล และการให้ผู้ส่งออกที่มีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศเสนอซื้อข้าวมายังรัฐบาล ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะเกณฑ์คำนวณค่าเสื่อมสภาพข้าว ที่ใช้เป็นฐานคำนวณราคากลางขายให้เอกชน ไม่ได้รับความเห็นชอบจาก กขช. ที่มีนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเมื่อวันทีี่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา ตามที่กรมการค้าต่างประเทศเสนอ อย่างไรก็ตามวงการค้าข้าววิเคราะห์ว่าการบีบให้ซื้อขายในเอเฟตเป็นเกมการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย เพราะพรรคภูมิใจไทยต้องการเปิดประมูล หรือเปิดให้เอกชนเสนอราคาซื้อ แต่ประชาธิปัตย์ต้องการระบายผ่านเอเฟต เพราะเน้นความโปร่งใส จึงไม่ยอมเห็นชอบเกณฑ์คำนวณค่าเสื่อมของพาณิชย์ เพื่อไม่ให้พรรคภูมิใจไทยระบายข้าวแบบข้างต้นได้ ซึ่งสอดคล้องกับมติของ กขช. วันที่ 29 ม.ค. ที่ให้กระทรวงพาณิชย์ชะลอการระบายข้าวจนกว่าจะได้ค่าเสื่อม และกำหนดให้ผู้ส่งออกที่จะร่วมประมูล หรือเสนอซื้อข้าวรัฐบาล ต้องมีประวัติการซื้อขายในตลาดเอเฟตก่อน อย่างไรก็ตาม แม้การซื้อขายในเอฟตจะโปร่งใส แต่มีการปั่นราคา กระทรวงพาณิชย์กำลังตรวจสอบการซื้อขายยางพาราในเอเฟตว่ามีการปั่นราคาหรือไม่ เพราะที่ผ่านมามีผู้ได้ประโยชน์จากการซื้อขายในเอเฟตอยู่มาก โดยเฉพาะคนในพรรคประชาธิปัตย์(ไทยรัฐ 08022553) วางยาพาณิชย์ขายข้าว2ล้านตัน(08 ก.พ.53) รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์เตรียมเสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ(กขช.)ให้นำข้าวสารในสต๊อกรัฐบาล 2 ล้านตัน เปิดระบายผ่านตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า (เอเฟท) หลังจากการระบายข้าวผ่าน 3 วิธี คือ การระบายรัฐต่อรัฐ(จีทูจี)การเปิดให้ผู้ส่งออกที่มีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศเสนอซื้อข้าวในสต๊อกรัฐบาล และการตั้งราคากลางเพื่อให้เอกชนมาเสนอราคาซื้อไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะติดปัญหาเกณฑ์คำนวณค่าเสื่อมสภาพที่นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกขช.ไม่เห็นชอบอัตราคำนวณค่าเสื่อมสภาพ ตามที่กรมการค้าต่างประเทศเสนอมา การประชุมกขช.ครั้งที่แล้ว ทางนายไตรรงค์ได้ตีกลับเรื่องอัตราคำนวณค่าเสื่อมสภาพ ที่กรมการค้าต่างประเทศเสนอมาใหม่ โดยหักค่าเสื่อมสภาพข้าว 30 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน จากเดิม 10 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน เนื่องจากเห็นว่าการหักค่าเสื่อมสภาพข้าวแทนที่คิดจากสภาพข้าวจริง กลับนำต้นทุนดอก เบี้ยจากการรับจำนำมาคิด ดังนั้นเมื่อสรุปเรื่องค่าเสื่อมสภาพไม่ได้ จึงต้องระบายข้าวผ่านตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้ารูปแบบเดียว โดยทยอยระบายครั้งละ 2-3 แสนตัน รายงานข่าวจากวงการค้าข้าวแจ้งว่า เอกชนกำลังจับตามองการระบายข้าวผ่านตลาดเอเฟท เนื่องจากมีการวิเคราะห์กันว่าเป็นเกมการเมืองระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคภูมิใจไทย เพราะเดิมพรรคภูมิใจไทยต้องการระบายข้าวผ่านวิธีให้เอกชนมาเสนอซื้อข้าวในสต๊อกรัฐบาล แต่พรรคประชาธิปัตย์ต้องการให้ระบายผ่านตลาดเอเฟท จึงได้ตั้งเงื่อนไขการหักค่าเสื่อมสภาพขึ้นมาขวางการระบายข้าว เพื่อไม่ให้พรรคภูมิใจไทยระบายข้าวผ่านวิธีดังกล่าวได้ สอดคล้องกับมติของ กขช. ที่มีนายไตรรงค์ เป็นประธานในวันนั้น โดยให้ผู้ส่งออกที่จะร่วมประมูลหรือเสนอซื้อข้าวจากรัฐบาล จะต้องมีประวัติผ่านการซื้อขายในตลาดเอเฟทก่อน การระบายข้าวผ่านตลาดเอเฟท แม้ดูโปร่งใสแง่การแข่งขัน และสะท้อนราคาตลาดที่แท้จริง แต่มีจุดอ่อนใหญ่ คือการปั่นราคาสินค้า เหมือนการซื้อขายในตลาดหุ้น โดยคาดว่าผู้ได้รับประโยชน์มากสุดจากการระบายข้าวผ่านเอเฟท คือ ผู้ประกอบการโรงสีที่ซื้อขายผ่านเอเฟทอยู่แล้ว ส่วนผู้ส่งออกมีเพียง 2-3 ราย ที่เคยมีประสบการณ์ซื้อขายข้าวจากเอเฟทมาก่อน(เดลินิวส์ 08022553) 'รองวันเพ็ญ'สนับสนุนเครื่องสูบน้ำชาวฆ้องชัย(08 ก.พ.53) นางวันเพ็ญ เศรษฐรักษา รองนายก อบจ.กาฬสินธุ์ ปฏิบัติราชการแทนนายก อบจ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า เนื่องจากเทศบาลฆ้องชัยพัฒนา อบต.ลำชี และ อบต.โคกสะอาด ได้ร้องขอรับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำเพื่อทำนาปรังและปลูกพืชฤดูแล้ง ในปี 2553 โดยมี นาย อุทัย แก้วกล้า ส.อบจ.เขตอำเภอฆ้องชัย นักการเมืองท้องถิ่นคนขยันเป็นผู้ประสานงานโดยในเขตเทศบาลฆ้องชัยพัฒนา มี สุทัศน์ แฝงจันดา นายกเทศมนตรีเทศบาลเป็นผู้รับผิดชอบได้สนับสนุนเครื่องสูบน้ำจำนวน 1 เครื่อง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 นิ้ว เบอร์ 18 มีเจ้าหน้าที่ควบคุมเครื่องสูบน้ำ 1 คน จุดตั้งเครื่องสูบ ที่บ้านท่าแห่ หมู่ 10 ต.ฆ้องชัยพัฒนา(ท่าสูบแม่น้ำชี) รองนายก อบจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ อบต.ลำชี มี นายประจักษ์ มาตยาคุณ นายอบต.ลำชี เป็นเจ้าภาพ รับการร้องขอมาทั้งหมด 5 เครื่อง ตั้งที่หนองหวาย/ท่าเยี่ยม หมู่ที่ 4,6,5,9 ทาง อบจ.สนับสนุนไปหมุนเวียนในเขตพื้นที่ดังกล่าว จำนวน 3 เครื่อง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 8 นิ้ว เบอร์ 21, 37 และขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 นิ้ว เบอร์ 19 มีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบเครื่อง 2 คน (ท่าสูบแม่น้ำชี) และในเขตพื้นที่ อบต.โคกสะอาด นำโดย นายบุญทัน ศรีมุงคุณ นายก อบต.โคกสะอาดรับการสนับสนุนเครื่อง จำนวน 2 เครื่อง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 8 นิ้ว เบอร์ 23, 27 ส่งเจ้าหน้าที่ควบคุมเครื่อง 1 คน เครื่องตั้งที่บ้านโนนชัย หมู่ที่ 1 (ท่าสูบแหล่งน้ำชีหลงกอไผ่) ด้านนายอุทัย แก้วกล้า ส.อบจ.เขตพื้นที่ อ.ฆ้องชัย กล่าวว่า ตนเป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่เห็นความสำคัญอาชีพการทำนาและปลูกพืชฤดูแล้งของเกษตรกรมาโดยตลอดจึงได้มีการประสานงานกับนายฐานวัฒน์ ธนโชคชัยอนันท์ นายอำเภอฆ้องชัย ตลอดจนเทศบาล อบต. อบจ. ชลประทานจังหวัด ชลประทานลำปาว โดยส่งหนังสือประสานงานตั้งแต่ช่วงการทำนาปี เพื่อจัดทำแผนขอรับเครื่องสูบน้ำเข้ามาช่วยเหลือเกษตรกร โดยได้รับการสนับสนุนจาก อบจ.กาฬสินธุ์ ชลประทาน 20 กว่าเครื่อง ยังขาดอีก 4 เครื่อง ได้ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่าเครื่องช่วยเหลือเกษตรกรเรียบร้อยแล้ว เครื่องสูบน้ำทุกจุดได้รับงบประมาณค่าน้ำมันเชื้อเพลิงจากเทศบาล อบต.ที่เป็นเจ้าภาพ ถือว่าเป็นปีที่ประสบความสำเร็จมากในการประสานงานเกษตรกรจะได้ขายข้าวสร้างรายได้ สร้างเศรษฐ กิจให้อำเภอ จังหวัดและประเทศต่อไป(เดลินิวส์ 08022553) คณะลูกขุนให้ไบเออร์จ่ายให้ชาวนาที่ข้าวปนเปื้อน(08 ก.พ.53) สำนักข่าวเอพีรายงานเมื่อวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่นในสหรัฐฯว่า คณะลูกขุนของศาลของรัฐบาลกลางสหรัฐที่เมืองเซ็นหลุยส์ รัฐอาร์คันซอ ได้ลงมติเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาให้บริษัทไบเออร์ ครอปไซเอน ของเยอรมนี ต้องจ่ายเงิน 1.5 ล้านดอลลาร์ หรือราว 50 ล้านบาทเพื่อชดเชยให้กับชาวนาในรัฐอาร์คันซอและมิสซิสซิปปี้ที่ซึ่งเมล็ดข้าวถูกปนเปื้อนด้วยสายพันธุ์ของบริษัทที่มีการตัดต่อพันธุกรรม ทำให้ลูกค้าต่างชาติชะลอการสั่งซื้อข้าว ทำให้ราคาข้าวตกลง นับเป็นคดีที่สองแล้วที่ไบเออร์แพ้คดีที่ฟ้องร้องโดยกลุ่มชาวนาหลังตรวจพบว่า ข้าวในแปลงทดลองของบริษัทได้ไปปนเปื้อนกับผลผลิตของชาวนาในท้องถิ่นต่างๆ โดยก่อนหน้านี้ คณะลูกขุนชุดหนึ่งได้ลงมติเมื่อเดือนธันวาคม ให้ทางบริษัทจ่ายเงินชดเชย 2 ล้านดอลลาร์( 66 ล้านบาท)ให้ชาวนา 2 คนในรัฐมิสซูรี่ และยังมีอีก 3 คดีในปีนี้ที่กำลังฟ้องร้องโดยชาวนาในรัฐหลุยเซียน่าและเท็กซัส กับผู้ส่งออกข้าวรายหนึ่ง แต่ที่ผ่านมา ยังไม่มีคดีไหนเลยที่คณะลูกขุนสั่งให้บริษัท ต้องจ่ายค่าเสียหายในเชิงลงโทษ( No punitive damages )(สำนักข่าวเนชั่น 07022553) นายกฯห่วงสถานการณ์ภัยแล้ง-เพลี้ย เล็งถกครม.หามาตรการเยียวยา(08 ก.พ.53) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์เป็นครั้งที่ 56 ซึ่งเป็นเทปบันทึกภาพที่เดินทางไปบันทึกภาพที่กรมชลประทานว่า ก่อนหน้านี้ตนลงพื้นที่กับนายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในเรื่องของปัญหาเพลี้ยในเรื่องของข้าวและได้พูดเอาไว้ว่าในเรื่องของความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพของพี่น้องเกษตรกรนั้น แม้ว่ารัฐบาลจะทำในเรื่องของโครงการประกันรายได้ไปแล้ว แต่สิ่งหนึ่งซึ่งยังคงเป็นปัญหาอยู่ก็คือผลกระทบที่เกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติบ้าง เกิดขึ้นจากโรคระบาดบ้าง ซึ่งการประกันภัยพืชผลที่จะเป็นระบบที่ครอบคลุมถึงสิ่งเหล่านี้ก็กำลังมีการเร่งรัดในการดำเนินการ กล่าวอีกว่า สำหรับปีนี้และในขณะนี้มีปัญหาในเรื่องของภัยแล้งและปรากฏการณ์เอลนิโญ ดยเมื่อวันอังคารตนเพิ่งปรารภกับคณะรัฐมนตรี เพราะว่าได้คุยกับรมว.เกษตรฯ เป็นห่วงว่าปีนี้อิทธิพลเอลนิโญ และปัญหาความแล้งจะมีผลกระทบในเรื่องน้ำ การจัดสรรน้ำ ซึ่งในส่วนของภัยแล้งตนได้มอบหมายพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯ ซึ่งเป็นประธานกรรมการที่ดูแลเวลาที่เกิดภัยธรรมชาติต่าง ๆ ในการรวบรวมสำรวจความเสียหาย ดูหลักเกณฑ์การชดเชยและมีการนำเสนอครม.มา เพราะว่าตนพูดไว้แล้วตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว และพล.ต.สนั่นก็ติดตามสถานการณ์ นายกฯ กล่าวถึงในส่วนความเสียหายของเกษตรกรที่เกิดจากเพลี้ยว่า ตอนนี้กำลังแยกแยะความจริงวันอังคารที่จะถึงเรื่องของความเสียหายจากเพลี้ย ทางกระทรวงเกษตรฯ กำลังจะเสนอเรื่องเข้าครม.เพื่อมีการแก้ปัญหาทั้งระบบตัดวงจร ซึ่งจะต้องมีการใช้งบประมาณ และรมว.เกษตรฯยืนยันกับตนว่าวันอังคารเข้าสู่ครม.แน่นอน ก็คงพิจารณาให้เรียบร้อย(แนวหน้า 07022553) พม่าเรียกร้องปรับปรุงคุณภาพข้าว(08 ก.พ.53) หนังสือพิมพ์"เดอะ เมียนม่า ไทม์ส" รายงานในวันนี้ว่า คณะกรรมการอาหารและยาของกาน่าได้ปฏิเสธเมื่อเดือนที่ผ่านมาที่จะซื้อข้าวจำนวน 15,000 กระสอบจากพม่า ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่เหมาะสมสำหรับการบริโภคของมนุษย์( being unwholesome for human consumption)เพราะมีตัวมอดและมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ทำให้มีเสียงเรียกร้องให้มีการปรับปรุงคุณภาพของข้าวซึ่งเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกหลักของประเทศ รายงานข่าวอ้างถ้อยแถลงของนายโม ออง จ่อ สมาชิกในคณะกรรมการกลางของสมาคมอุตสาหกรรมข้าวของพม่า และเป็นเลขาธิการสมาคมผู้ค้าข้าวพม่า ที่ว่า การถูกปฏิเสธครั้งนี้คือสัญญานเตือนสำหรับอุตสาหกรรมข้าวในท้องถิ่น เขากล่าวว่า แอฟริกาเป็นตลาดส่งออกสำคัญของข้าวพม่า และหนึ่งในความสำคัญอันดับต้นๆ คือการควบคุมคุณภาพตั้งแต่เมล็ดข้าวจนเป็นข้าวสาร นายออง จ่อเตือนว่า หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก ข้าวพม่าอาจหายไปจากตลาดระหว่างประเทศและว่าผู้ค้ากับผู้ส่งออกของพม่าจะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานสากล และพม่าต้องทำให้แน่ใจด้วยว่าข้าวที่ส่งออกมีความชื้นไม่เกิน 14 % มิเช่นนั้นเมล็ดข้าวอาจมีกลิ่นเหม็น จับแข็งเป็นก้อน และเปลี่ยนสี(สำนักข่าวเนชั่น 07022553) รมช.พาณิชย์ตรวจสอบข้าวเปลือกที่ลักลอบนำเข้าจากกัมพูชา(08 ก.พ.53) เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 7 ก.พ. นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เดินทางมาอย่างไม่เป็นทางการโดยเร่งด่วน ถึง สภ.อ.อรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เพื่อทำการตรวจสอบและกำชับเจ้าหน้าทีไทยตามแนวชายแดน ไม่ให้มีการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรจากประเทศกัมพูชา โดยเฉพาะข้าวเลือก เจ้าหน้าที่ สภ.อรัญประเทศ ได้จับกุมจำนวนมาก โดยมี นายชัช กิตตินพดล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหารพราน ตำรวจ ศุลกากรอรัญประเทศ ให้การต้อนรับ หลังจากนายอลงกรณ์ พลบุตร รับรายงานจากนายชัช ฯ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วแล้ว ได้เข้าตรวจสอบข้าวเปลือก ที่ลักลอบนำเข้าจากบริเวณ อำเภอโคกสูง และจับกุมได้ในเขตท้องที่อำเภออรัญประเทศ มีจำนวนมาก ต่อมา นายอลงกรณ์ ฯ ได้ให้สัมภาษณ์ว่ามาครั้งนี้ เพื่อตรวจดูสถานการณ์การค้าชายแดน ในเบื้องต้นก็ยังปกติแม้จะมีความกังวลบ้างในการประชุม เพียงแต่ว่าให้เป็นไปตามกรอบที่ทางรัฐบาลกำหนด คือ การทบทวนพันธกรณีหรือข้อตกลงรวมทั้งความช่วยเหลือ ที่ประเทศไทยให้กับกัมพูชาในส่วนกระทรวงพาณิชย์ เป็นขั้นของการดูแลสถานการณ์ การค้าโดยเฉพาะการค้าชายแดน ซึ่งมีสัดส่วนถึง 80 % ของการค้าทั้งหมด ถือว่าเป็นไปโดยปกติ โดยเฉพาะการดูแลผู้ประกอบการณ์ของไทย ทั้งที่อยู่ในกัมพูชาและมีการค้าขายชายแดน ขณะเดียวกันก็ มารับฟังความคิดเห็น จากทางจังหวัดชายแดน และทางผูประกอบการที่อยู่ชายแดน นายอลงกรณ์ ฯ กล่าวอีกว่า พันธกรณีตามแนวชายแดน ขณะนี้ยังปกติอยู่ หลังจากที่มีการเรียกเอกอัครราชทูตกลับ เป็นการลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูต และจะมีการพิจารณาในระดับคณะรัฐมนตรีในวันอังคารนี้ ที่ทาง รมต.ต่างประเทศ จะเสนอในเรื่องของารทบทวนบันทึกความเข้าใจใน เรื่องของพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ซึ่งออกในสมัยที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะเห็นว่า บันทึกดังกล่าว ถ้าหากว่าดำเนินการต่อไป ภายใต้บันทึกดังกล่าว ทำให้ประเทศไทยนั้นอาจเสียเปรียบ เพราะว่าอดีตนายกทักษิณ รู้ท่าทีรู้ข้อมูลของฝ่ายไทย แต่ว่าไปเจรจา เป็นที่ปรึกษาฝ่ายเขมร อาจทำให้เราเสียเปรียบเสียประโยชน์ เสียเปรียบในการเจรจา เพราะว่าพื้นที่ทับซ้อนดังกล่าว 26,000 ตารางกิโลเมตร เป็นแหล่งอุดมสมบูรณ์ด้านก๊าซและน้ำมัน ซึ่งก็จะทบทวน ส่วนการลักลอบน้ำเข้าสินค้าเกษตรตามแนวชายแดน ต้องปิดจุดอ่อนให้มากที่สุด และกำชับทุกหน่วยงาน เพราะว่าเรามีคณะกรรมการป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตร จากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมี รมต.พาณิชย์ เป็นประธาน รองผู้บัญชาการทหารบก เป็นรองประธาน รวมทั้งส่วนราชการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง กรณีนี้เป็นกรณีแรกที่มีการจับกุม เป็นสิ่งที่ต้องชื่นชมทางเจ้าหน้าที่ที่ช่วยกันตรวจตรา ต่อไปก็จะต้องช่วยกันเข้มงวด ในเรื่องนี้เพราะ เขามีขบวนการที่ต้องการที่จะลักลอบนำเข้า ก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐทุกหน่วย ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง เกษตร ศุลกากรและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ที่จะต้องเข้มงวดกวดขัน สำหรับการสวมสิทธิ์ข้าวเปลือก ในปัจจุบันไม่สามารถทำได้แล้ว เพราะรัฐบาลเห็นจุดอ่อนก็ยกเลิก ระบบการรับจำนำ ซึ่งแต่ก่อนเป็นช่องโหว่มาก ในการที่มีการสวมสิทธิ์ ยกเลิกมาเป็นการประกันรายได้ แทน ไม่สามารถเข้าสู่โครงการทำเหมือนหมูในอวยแบบในอดีต ผู้สื่อข่าวถามว่า การลักลอบนำเข้าข้าวเปลือกมี เจ้าหน้าที่มีส่วนร่วมด้วยหรือไม่ ได้รับคำตอบว่า ไม่ทราบ ต้องขยายผลการจับกุมผู้ที่อยู่เบื้องหลัง และจะได้ขอความร่วมมือไปยังฝั่งกัมพูชาด้วย ว่าการนำเข้าข้าวเปลือกข้าวสาร ถือเป็นสินค้าต้องห้ามของไทย ก็จะได้ทำหนังสือไปถึง กระทรวงพาณิชย์ และทางรัฐบาล นายกฮุนเซน ให้ได้ทราบ ให้ช่วยดูแลอย่าให้ทำผิดกฎหมาย ส่วนกระบวนการลงโทษก็ว่าตามกฎหมาย ซึ่งสินค้าต้องห้ามรวมทั้งข้าวโพด มันสำปะหลัง ก็รวมหมด สินค้าการเกษตรทุกอย่าง เป็นสินค้าต้องห้าม เพระเราใช้การบริหารการนำเข้า ในการรับมือ อย่างข้าวก็ไม่ได้รับอนุญาตให้นำเข้า เข้าได้เฉพาะปลายข้าว เพื่อที่จะมาแปรรูป เพิ่มมูลค่าในประเทศไทยเพื่อการส่งออก นอกจากนั้นเป็นเรื่องที่ต้องขออนุญาต การลักลอบเข้าถือว่าเป็นการทำผิดกฎหมาย ส่วน อาฟต้า เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 เป็นต้นมา เราก็ต้องเพิ่มมาตรการการเข้มงวด ก็ต้องชื่นชมว่า เจ้าหน้าที่ของเราได้ตรวจจับได้ เป็นการป้องกันแนวรบที่ 1 ไม่อย่างนั้นถ้าหลุดเขาไปได้ก็จะกระจายเข้าไป บางทีคุณภาพข้าวอาจไปปลอมปน ตามโรงสีบ้าง ตามบริษัทที่ขาดความรับผิดชอบ ส่งออกไปก็ทำให้ข้าวไทยเสียหาย ในตลาดโลก ในขณะนี้ข้าวไทยเรายังเป็นแชมป์โลก โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิถือว่าเป็นอันดับ 1 ของโลก มีขายอยู่ในห้างชั้นนำทั้งในสหรัฐ และยุโรป เขียนไว้เลยว่า ไทยหอมมะลิ ไรส์ ซึ่ง เราต้องช่วยกัน ดูแลในเรื่องนี้อย่าให้ข้าวที่อื่นเข้ามาปลอมปน ทำให้คุณภาพข้าวเสียหาย กระทบต่อภาพลักษณ์ของข้าวไทย(มติชน 07022553) เกษตรจังหวัดชัยภูมิ เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล(08 ก.พ.53) เกษตรจังหวัดชัยภูมิ เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ที่จะแพร่ระบาดในนาข้าวทำให้เกิดความเสียหาย พร้อมแนะวิธีการป้องกัน นายเลอสิทธิ สายแก้วมา เกษตรจังหวัดชัยภูมิ เปิดเผยว่าเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลเป็นแมงปากดูดที่สร้างความเสียหายให้แก่นาข้าว ซึ่งจะทำให้ผลผลิตข้าวไม่สมบูรณ์ โดยเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัย จะดูดกินน้ำเลี้ยงจากเซลส์ ท่อน้ำอาหารบริเวณโคนต้นข้าวระดับเหนือผิวน้ำ ทำให้ต้นข้าวมีอาการใบเหลืองแห้ง ลักษณะคล้ายถูกน้ำร้อนลวกแห้งตายเป็นหย่อมๆ นอกจากนี้เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ยังเป็นพาหะนำเชื้อไวรัสโรคใบหงิกมาสู่ต้นข้าว ทำให้ต้นข้าวมีอาการแคระแกรน ต้นเตี้ย ใบสีเขียว แคบและสั้น ขอบใบแหว่งวิ่น และออกรวงไม่พ้นกาบใบธงหรือไม่ออกรวง ทั้งนี้ เกษตรจังหวัดชัยภูมิ ได้แนะนำวิธีป้องกันและกำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล โดยเกษตรกรควรใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เช่น กข.9 ,กข.23 สุพรรณบุรี1,พิษณุโลก 2,สุพรรณบุรี 90 ไม่ควรปลูกพันธุ์เดียวติดต่อกันเกิน 4 ฤดูกาลผลิต เมื่อพบปริมาณเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลมาก ให้ระบายน้ำออกให้แห้งประมาณ 7 10 วัน เพื่อปรับสภาพไม่ให้เหมาะสมกับการเจริญของตัวอ่อนเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และใช้เชื้อราขาวบิวเวอเรีย อัตรา 1 ก.ก / น้ำ 20 ลิตร ผสมสารจับใบฉีดพ่นตอนเช้าหรือเย็น(สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ 07022553) เกษตรนครปฐมวอนหยุดทำนารอบ 2 เหตุแล้ง-ช่วยตัดวงจรเพลี้ย(08 ก.พ.53) นางธนัสนี สวัสดิรักษ์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครปฐม ผู้อำนวยการศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร จังหวัดนครปฐม กล่าวว่า คณะอนุกรรมการวางแผนและส่งเสริมการปลูกพืชฤดูแล้งได้กำหนดเป้าหมายพื้นที่เพาะปลูกพืชฤดูแล้ง 2552/52 ทั้งประเทศจำนวน 12.28 ล้านไร่ แยกเป็นข้าวนาปรัง 9.50 ล้านไร่ และพืชไร่-ผัก 2.78 ล้านไร่ เนื่องจากน้ำต้นทุนในเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณน้อยไม่เพียงพอต่อการทำนา กรมการข้าวจังเตือนเกษตรกรที่กำลังทำนารอบ 2 ควรคำนึงถึงปริมาณน้ำสำหรับใช้ทำนาด้วย สำหรับเกษตรกรที่ทำนาในลุ่มน้ำเจ้าพระยาซึ่งมักทำนาติดต่อกัน อาจมีปัญหาการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล โรคใบหงิก และโรคเขียวเตี้ย ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสที่มีเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลเป็นพาหะ ดังนั้นหากเกษตรกรจะหยุดทำนาในช่วงนี้จะเป็นอีกทางหนึ่งที่ตัดวงจรชีวิตของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้(สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ 08022553) |